1. หน้าหลัก
  2. อัปเดตการตลาด
  3. อัปเดต กลยุทธ์ Lead Generation 2024
อัปเดต กลยุทธ์ Lead Generation ที่เหมาะสำหรับใช้ในปี 2024
เผยแพร่เมื่อ: มีนาคม 22, 2024

อัปเดต กลยุทธ์ Lead Generation 2024

Table Of Contents

Lead Generation คือกระบวนการค้นหากลุ่มคนที่สนใจในตัวสินค้า หรือมีแนวโน้มที่จะมาเป็นลูกค้าของเรา (Lead) และเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นลูกค้าอย่างแท้จริง ซึ่งการทำ Lead Generation จะเริ่มต้นตั้งแต่การทำให้กลุ่มเป้าหมายหันมาให้ความสนใจในสินค้าผ่านการใช้วิธีการและเครื่องมือต่าง ๆ ไปจนการสร้างฟอร์มหรือหน้า Landing Page เพื่อเก็บข้อมูล จากนั้นก็ติดต่อสื่อสารกับ Lead และปิดการขายในท้ายที่สุด

การทำ Lead Generation ช่วยเพิ่มยอดขายให้แก่ธุรกิจได้มาก เพราะวิธีการมีประสิทธิภาพ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ จึงทำให้ Conversion Rate สูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งส่งผลดีต่อการเติบโตของธุรกิจเป็นอย่างมาก และสำหรับบทความนี้ ANGA จะพาคุณมาอัปเดตกลยุทธ์ Lead Generation ที่เหมาะสำหรับปี 2024 และได้นำเทรนด์การทำ Lead Generation ในปี 2024 มาฝากกันด้วย จะมีกลยุทธ์และเทรนด์อะไรบ้าง ไปอ่านกันได้เลย

เทรนด์ของการทำ Lead Generation ในปี 2024

เทรนด์การทำ Lead Generation ในปี 2024 มีความแตกต่างจากเทรนด์ในปีก่อน ๆ ที่ผ่านมา เนื่องจากผู้บริโภคมีตัวเลือกในการรับข่าวสารมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกเสพสื่อที่ตัวเองต้องการได้ตามต้องการ รวมทั้งยังมีการเข้ามาของเทคโนโลยี AI และระบบ Automation ด้วยเช่นกัน จึงสรุปเทรนด์การทำ Lead Generation ได้เป็น 4 เทรนด์ ดังนี้

เน้นการดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณภาพ

หากคุณกำลังทำตามเทรนด์ Lead Generation เก่า ๆ ที่มุ่งเน้นการเพิ่มจำนวน Lead ให้ได้มากที่สุด (ตัวอย่าง Lead Generation แบบเดิมคือการเน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ) ควรหยุดได้แล้ว เพราะเทรนด์การทำ Lead Generation ในปี 2024 แนะนำให้มุ่งเน้นไปที่การหา Potential Lead หรือ Lead ที่มีโอกาสกลายมาเป็นลูกค้าของคุณมากที่สุด (เน้นคุณภาพ มากกว่าการสนใจปริมาณ Lead ที่เข้ามา)

เนื่องจากเทรนด์การทำ Lead Generation แบบเก่าที่เน้นปริมาณ จะทำให้ข้อมูลเรื่องกลุ่มเป้าหมายของคุณผิดเพี้ยน ไม่ตรงกับความเป็นจริง และไม่แม่นยำ แม้จะมี Lead เยอะ แต่โอกาสที่ Lead จะตัดสินใจซื้อสินค้ากลับมาอยู่น้อยมาก ทำให้ยอดขายและ Conversion Rate ต่ำกว่าที่คาดคิดไว้ ส่วนกลยุทธ์แบบใหม่ที่เน้นคุณภาพจะช่วยให้คุณมีโอกาสปิดยอดขายได้ง่ายขึ้นและมีอัตราที่สูงขึ้น

สร้างเนื้อหาและข้อเสนอที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย

หยุดการสร้างเนื้อหาที่แบรนด์ต้องการ แต่มุ่งไปที่การสร้างเนื้อหาและให้ข้อเสนอที่ตรงใจกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดแทน เช่น การสร้างเนื้อหา Q&A ที่สามารถตอบคำถามสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายต้องการได้อย่างครบถ้วน, การนำเสนอโปรโมชันพิเศษ หรือการเปิดให้ทดลองใช้ฟรี เป็นต้น โดยคุณอาจจะวิเคราะห์จากข้อมูลเรื่องกลุ่มเป้าหมายที่ได้มา, ความสนใจและพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย หรือข้อมูลที่ได้จากการสอบถามความคิดเห็นของลูกค้าเก่าก็ได้เช่นกัน

ใช้ AI และ Automation ในการค้นหาและติดตาม Lead

ในช่วงปีที่ผ่านมาแวดวง Digital Marketing มีการนำ AI (ปัญญาประดิษฐ์) และ Automation (ระบบอัตโนมัติ) ไม่ใช้ในการทำงานอย่างแพร่หลาย ทั้งการใช้ AI สร้างรูปภาพ, เขียนบทความ, ตอบคำถามลูกค้า, ส่งอีเมล, โพสต์งาน ฯลฯ ซึ่งสามารถนำมาช่วยในการค้นหาและติดตาม Lead ได้ด้วย จึงถูกยกให้เป็นเทรนด์การทำ Lead Generation ที่น่าจับตามองอีกเทรนด์หนึ่งเลยทีเดียว

ตัวอย่างการใช้ AI เข้ามาช่วย

  • วิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก
  • ระบุกลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสในการเป็นลูกค้า
  • หาข้อมูลเกี่ยวกับ Potential Lead

ตัวอย่างการใช้ Automation เข้ามาช่วย

  • การใช้ระบบ CRM เก็บข้อมูลและติดตามผล Lead
  • การใช้ Email Marketing Automation ส่งอีเมล
  • การเปิดระบบ Automation แจ้งเตือนเมื่อมี Lead เข้ามาใหม่

ผสมผสานช่องทางออนไลน์และออฟไลน์

ในยุคนี้ การใช้ช่องทางใดช่องทางหนึ่งอาจจะไม่เวิร์กอีกต่อไป หากคุณใช้ช่องทางออฟไลน์เป็นหลัก หรือเปิดหน้าร้านขายของอยู่ช่องทางเดียว คุณก็จะมีแค่ลูกค้าเก่าที่รู้จักที่ตั้งของร้านค้าเป็นอย่างดี หรือได้ยอดขายจากลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงเท่านั้น ในทางกลับกันหากคุณใช้แค่ช่องทางออนไลน์ คุณก็อาจจะพลาดโอกาสในการได้ลูกค้าในพื้นที่นั้น ๆ ได้

ดังนั้น การผสมผสานช่องทางออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน จึงเป็นสิ่งที่คุณควรทำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Omnichannel นั่นเอง โดยการทำ Omnichannel เป็นการเชื่อมต่อช่องทางของแบรนด์ทั้งหมดที่ลูกค้าสามารถติดต่อสื่อสารและซื้อสินค้าได้เข้าไว้ด้วยกันในระบบเดียว เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่พวกเขา ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการทำ Lead Generation ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

กลยุทธ์ Lead Generation ที่เหมาะสำหรับใช้ในปี 2024

อยากได้ Lead ที่มีคุณภาพ ตรงกลุ่มเป้าหมาย และมีแนวโน้มที่จะมาเป็นลูกค้าของคุณสูง ต้องเลือกใช้กลยุทธ์ให้ดี! ไม่เช่นนั้นอาจจะได้ Lead ที่ไม่มีคุณภาพและเสียเวลาในการทำงานไปเปล่า ๆ ก็เป็นได้ และนี่คือกลยุทธ์ Lead Generation ที่เหมาะสำหรับปี 2024 มากที่สุด 

กลยุทธ์ Lead Generation ที่เหมาะสำหรับใช้ในปี 2024

เน้น Lead คุณภาพสูง มากกว่าปริมาณ

กลยุทธ์แรกที่ขอแนะนำ คือการค้นหา Lead คุณภาพสูง มากกว่าปริมาณ โดยสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย (อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสม ตอบสนองความต้องการได้ และใช้ภาษาที่กลุ่มเป้าหมายเข้าใจ), เนื้อหาต้อง Informative (ข้อมูลถูกต้อง ครบถ้วน และมีประโยชน์) และเนื้อหาต้อง Up-to-date (เนื้อหาสดใหม่ อัปเดตเป็นปัจจุบัน และทันสมัย)

ใช้ประโยชน์จาก Social Media

Social Media เป็นแพลตฟอร์มที่มีประโยชน์มาก เพราะกลุ่มเป้าหมายของทุกธุรกิจล้วนอยู่ในโซเชียลมีเดียทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, X (Twitter), LINE, LinkedIn, TikTok หรือ YouTube ก็ตาม แนะนำให้คุณใช้งานช่องทางเหล่านี้ให้เต็มประสิทธิภาพ เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงและค้นเจอ Potential Lead ง่าย ๆ

เช่น การสร้างกลุ่ม Facebook Group, การสร้าง Community ใน X หรือการยิงโฆษณาออนไลน์บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ อย่าง Facebook Ads, CPAS Ads, TikTok Ads, Instagram Ads หรือ YouTube Ads เป็นต้น

ทำ SEO

ทำ SEO (Search Engine Optimization) เป็นการปรับแต่งเว็บไซต์ของคุณให้เอื้ออำนวยต่อการทำ SEO มากที่สุด (SEO Friendly) เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจในธุรกิจและสินค้าของคุณจริง ๆ และถูกจูงใจให้คลิกเข้ามาบนเว็บไซต์เพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม ส่งผลให้มี Potential Lead และ Conversion Rate สูงขึ้นด้วย

ทำ Email Marketing

เริ่มต้นทำ Email Marketing โดยการนำข้อมูลอีเมลมาจากฐานข้อมูลที่ลูกค้าเคยกรอกเอาไว้ จากนั้นก็ส่งอีเมลแจ้งข่าวสารโปรโมชันใหม่ ๆ หรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้รับออกไป แต่จะต้องส่งอีเมลในความถี่ที่เหมาะสม หรือสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง ไม่ควรส่งบ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้ลูกค้าบล็อกอีเมลคุณได้

กลยุทธ์ Lead Generation ที่เหมาะสำหรับใช้ในปี 2024 2

ทำ Paid Advertising

การซื้อโฆษณา หรือ Paid Advertising เป็นอีกวิธีหนึ่ง ในการทำ Lead Generation ที่มีประสิทธิภาพและเห็นผลตามเป้าหมายที่คุณต้องการ อย่างการทำโฆษณา Google Ads และโฆษณาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เพราะคุณสามารถระบุวัตถุประสงค์ กำหนดกลุ่มเป้าหมาย และควบคุมงบประมาณได้เป็นอย่างดี

จัด Webinar

Webinar ย่อมาจาก Web-based Seminar เป็นงานสัมมนาให้ความรู้ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยที่ทางผู้จัดงานสัมมนาไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องเดียวกันกับผู้เข้าร่วมงานก็ได้ สามารถควบคุมระบบของงานและเนื้อหาได้ตามที่ต้องการ โดยการจัด Webinar จะช่วยให้คุณได้ Lead ที่สนใจธุรกิจของคุณจริง ๆ อีกทั้งยังสะดวกสบาย และมีค่าใช้จ่ายไม่สูงอีกด้วย

สร้าง Landing Page

Landing Page เป็นหน้าบนเว็บไซต์ที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อรองรับ Lead ที่เข้ามาบนเว็บไซต์ และชักจูงให้ Lead กระทำการบางอย่าง เช่น จองโปรโมชัน ลงทะเบียนเข้าร่วม หรือสั่งซื้อสินค้า เป็นต้น การสร้าง Landing Page จะช่วยให้คุณสามารถคัดกรอง Lead ได้ว่า Lead ดังกว่ามีคุณภาพมากน้อยเพียงใด

ใช้ CRM

CRM (Customer Relationship Management) เป็นระบบบริการจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า ตั้งแต่การเก็บข้อมูล, การวิเคราะห์ข้อมูล, การติดตาม Lead, การติดต่อกับลูกค้า, การบริการลูกค้า, ปิดการขาย ไปจนถึงการดูแลลูกค้าหลังปิดการขายด้วยเช่นกัน

เครื่องมือ Lead Generation ที่น่าสนใจ

ในยุคที่มีการมีการเติบโตของเครื่องมือและเทคโนโลยีมากมายอย่างในปัจจุบันนี้ ทำให้เรามีเครื่องมือในการทำ Lead Generation หลากหลายมาก อีกทั้งยังมีหลายประเภทตามความเหมาะสมกับแต่ละธุรกิจอีกด้วย แต่เครื่องมือ Lead Generation ที่น่าสนใจมาก ๆ ในปี 2024 คือ HubSpot, Salesforce และ Lead Combo เพราะมีฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน และโดดเด่นมากที่สุดจากหลาย ๆ เครื่องมือในท้องตลาด

สรุปปี 2024 ควรทำ Lead Generation กลยุทธ์ไหนดี

จบไปแล้วกับบทความ “อัปเดต กลยุทธ์ Lead Generation 2024” เราจะเห็นได้ว่าทั้งเทรนด์และกลยุทธ์สำหรับการทำ Lead Generation มีความแตกต่างกันจากปีก่อน ๆ ที่ผ่านมา ซึ่งมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปจากเดิม การมาถึงของเทคโนโลยีใหม่ ๆ และการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในการให้บริการของช่องทางต่าง ๆ

ดังนั้น เราจึงขอสรุปอีกครั้งว่ากลยุทธ์ Lead Generation ที่เหมาะสำหรับปี 2024 มีอยู่ 8 กลยุทธ์คือ การสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ, การใช้ประโยชน์จาก Social Media, การทำ SEO, การทำ Email Marketing, การยิงโฆษณา, การจัด Webinar, การสร้าง Landing Page และการใช้งานระบบ CRM นั่นเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

HubSpot คืออะไร? ช่วยดูแลธุรกิจ ครบจบในตัวเดียวจริงไหม?

สำหรับการทำธุรกิจในยุคนี้ ทีมที่องค์กรขาดไปไม่ได้เลยคือทีมการตลาดและทีมขาย ทั้งสองทีมนี้ต้องทำงานร่วมกัน ในการดึงลูกค้าเข้ามาและปิดการขาย แต่ด้วยความที่ต่างทีมต่างมีลำดับขั้นตอนและรายละเอียดของเนื้องา
17

Google Analytics 4 คืออะไร ต่างจากเวอร์ชันเก่าอย่างไร

Google Analytics (GA) เป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญมาก สำหรับนักการตลาดและแบรนด์ที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เพราะ GA จะช่วยให้คุณรู้จักกลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาใช้งานบนเว็บไซต์มากขึ้น และทำให้คุณได้ข้อมูล
11

Technical SEO คืออะไร? กับ 8 เทคนิคการปรับปรุงฉบับพื้นฐาน

Search Engine Optimization (SEO) เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับบน Google ได้อย่างยั่งยืนและนำมาซึ่งผลลัพธ์ด้านการเติบโตของธุรกิจ ซึ่งการทำ SEO จะประกอบไปด้วยฝั่งของ On-Page S
14
th