1. หน้าหลัก
  2. อัปเดตการตลาด
  3. Google Lighthouse คืออะไร?
Google Lighthouse คืออะไร
เผยแพร่เมื่อ: ตุลาคม 16, 2023

Google Lighthouse คืออะไร?

Table Of Contents

ประสิทธิภาพในการทำ SEO (Search Engine Optimize) จะดีมากแค่ไหน หรือ Keyword จะติดอันดับในหน้าแรกเร็วหรือไม่ นอกจากคุณภาพคอนเทนต์ที่เราบรรจงเขียนลงไปแล้ว “คุณภาพของเว็บไซต์” ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญและจะคุณไม่ควรมองข้ามไป ไม่ใช่ว่าคุณจะทำเว็บไซต์แบบไหนออกมาก็ได้ คุณจะต้องสร้างเว็บไซต์ที่ตรงตามมาตรฐานและรองรับการทำ SEO ได้เป็นอย่างดีด้วย!
ดังนั้น ทาง ANGA จึงอยากจะมาแนะนำให้คุณได้รู้จักกับ Google Lighthouse เครื่องมือที่ใช้ในการตรวจสอบคุณภาพของเว็บไซต์ เพื่อดูคะแนนในด้านต่าง ๆ ว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมหรือยัง แล้ว Google Lighthouse คืออะไร? สามารถใช้งานได้อย่างไร? สามารถติดตามอ่านและทำความเข้าใจได้ในบทความนี้เลย

What is Google Lighthouse

แหล่งที่มา : What is Google Lighthouse

Google Lighthouse คืออะไร?

Google Lighthouse คือ เครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์คุณภาพของเว็บไซต์ หรือจะเรียกว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของ SEO เชิงเทคนิคก็ได้เช่นกัน เมื่อ Google Lighthouse วิเคราะห์เว็บไซต์เราได้แล้ว จะแสดงผลออกมาเป็นคะแนน 0-100 (100 คือคะแนนที่สูงที่สุด) พร้อมทั้งแจ้งข้อบกพร่องและรายละเอียดต่าง ๆ ที่คุณควรนำไปปรับปรุงให้อีกด้วย 

ทำไมต้องใช้ Google Lighthouse

เพราะ Google ให้ความสำคัญกับ Core Web Vitals และประสบการณ์ผู้ใช้งานอย่างมาก ถ้าคุณอยากให้เว็บไซต์ของคุณอยู่ในตำแหน่งที่ดีบนหน้าแรกของ Google และมีคีย์เวิร์ดติดอันดับมากมาย คุณจะต้องทำสิ่งต่าง ๆ ให้ตรงตามมาตรฐานของ Google ซึ่ง Google Lighthouse จะเข้ามาช่วยคุณตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ เพื่อทำให้เว็บไซต์ของคุณมีประสิทธิภาพดีที่สุด

สำหรับตัวอย่างคำแนะนำของ Google Lighthouse คือ การปรับขนาดรูปภาพให้เล็กลง, เปลี่ยนไปใช้ภาพนามสกุล WebP แทนการใช้ JPEG หรือ PNG และนำ JavaScript ที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อทำให้เว็บไซต์ของเราโหลดเร็วยิ่งขึ้น (ระยะเวลาในการดาวน์โหลดตรงตามเกณฑ์ที่ทาง Google กำหนดไว้)

วิธีติดตั้ง Google Lighthouse

Google Lighthouse เป็น Extensions ของ Google Chrome เพราะฉะนั้นเรามาเริ่มจากการติดตั้ง Google Lighthouse Extension กัน! (แนะนำให้เข้าผ่านโหมดไม่ระบุตัวตน)
1. เปิดเบราว์เซอร์ Google Chrome และติดตั้ง Google Lighthouse ได้ที่นี่ >> คลิก

Google Lighthouse Extension

แหล่งที่มา : Google Lighthouse Extension

2. เปิดเว็บไซต์ของคุณขึ้นมา หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ที่ต้องการตรวจสอบ

Google Lighthouse คืออะไร

แหล่งที่มา : Google Lighthouse คืออะไร

3. คลิกคำว่า “Generate report” และรอสักครู่ เพื่อให้เวลา Google Lighthouse ได้วิเคราะห์ข้อมูล

Google Lighthouse คืออะไร

แหล่งที่มา : Google Lighthouse คืออะไร

4. จากนั้นคุณจะพบกับผลลัพธ์จากการตรวจสอบคุณภาพเว็บไซต์ของคุณขึ้นมา

การใช้งาน Google Lighthouse

แหล่งที่มา : การใช้งาน Google Lighthouse

5 ปัจจัยที่ Lighthouse ใช้วัดคุณภาพของเว็บไซต์ 

5 ปัจจัยที่นำมาใช้ในการตรวจสอบ และวัดคุณภาพเว็บไซต์ของ Google Lighthouse คือ Performance, Accessibility, Best Practices, SEO และ Progressive Web App แต่ละปัจจัยจะวิเคราะห์ข้อมูลคนละส่วนกัน และแสดงผลเป็นคะแนน ต่อไปนี้

  • คะแนน 0-49 (สีแดง) : ควรปรับปรุงโดยเร็วที่สุด
  • คะแนน 50-89 (สีเหลือง) : แนะนำให้ปรับปรุง
  • คะแนน 90-100 (สีเขียว) : คุณภาพดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องปรับปรุง

1. Performance

Performance เป็นปัจจัยแรกที่ Google Lighthouse นำมาวัดคุณภาพ ด้านความเร็วในการแสดงผลของเว็บไซต์ เพราะเว็บไซต์ที่ดี ควรมีระยะเวลาในการดาวน์โหลดน้อยที่สุด เนื่องจากคนเรามักจะไม่ชอบรออะไรนาน ๆ ยิ่งใช้เวลาดาวน์โหลดนานแค่ไหน ก็มีโอกาสที่ผู้ใช้งานจะกดปิดและไม่เปิดเว็บไซต์ของเราอีกค่อนข้างสูง ส่งผลให้อัตราการตีกลับ (Bounce Rate) นั่นสูงขึ้นตามไปด้วย และจะทำให้คุณภาพของเว็บไซต์และการทำ SEO แย่ลงไปกว่าเดิมได้

Performance แบ่งออกได้เป็น 5 ตัวชี้วัด ดังนี้

  1. First Contentful Paint (FCP) คือ ค่าที่ใช้วัดว่าเว็บของคุณใช้เวลาในการดาวน์โหลดเนื้อหาแรกนานเท่าไหร่? โดยเนื้อหาดังกล่าวจะเป็นภาพหรือตัวอักษรก็ได้ ซึ่งระยะเวลาที่ดีที่สุดคือไม่เกิน 1,000 ms หรือ 1 วินาที
  1. Largest Contentful Paint (LCP) คือ ค่าที่ใช้วัดว่าตั้งแต่เนื้อหาหลัก ไปจนถึงเนื้อหาสุดท้าย ใช้ระยะเวลาในการดาว์โหลดนานแค่ไหน สำหรับระยะเวลาที่เหมาะสมคือไม่เกิน 2,500 ms หรือ 2.5 วินาที
  1. Total Blocking Time (TBT) คือ สิ่งที่ใช้วัดระยะเวลาโดยรวม ระหว่าง First Contentful Paint และ Time to Interactive ก่อนที่จะมีการโต้ตอบกับผู้ใช้งาน ซึ่งระยะเวลาในส่วนนี้ไม่ควรเกิน 300 ms หรือ 0.3 วินาที
  1. Cumulative Layout Shift (CLS) คือ ตัวชี้วัดความเสถียรของการเคลื่อนที่ขององค์ประกอบต่าง ๆ บนเว็บไซต์ เพื่อตรวจเช็กว่ามีการทำงานที่ลื่นไหล ผิดพลาด กระตุก หรือซ้อนทับกันอยู่หรือไม่
  1. Speed Index : ความเร็วในการโหลดเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์

2. Accessibility

Accessibility คือ ตัวชี้วัดองค์ประกอบและฟังก์ชันต่าง ๆ ที่คุณได้ใส่ลงไปในหน้าเว็บไซต์ เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีให้แก่ผู้ใช้งาน เช่น Call-to-Action, ลิงก์, Alt Text ฯลฯ เพื่อตรวจสอบว่าการแสดงผลและการใช้งานในแต่ละอุปกรณ์ (Device) สามารถทำงานได้ดีหรือไม่ ตัวอย่างกรณีเช่นนี้ คือ ผู้ใช้งานสามารถคลิกปุ่มผ่านคอมพิวเตอร์ได้ แต่ไม่สามารถคลิกปุ่มผ่านมือถือได้ เป็นต้น 

3. Best Practices

Best Practices เป็นตัวชี้วัดที่จะบ่งบอกว่าเว็บของคุณได้มาตรฐานหรือไม่ มีส่วนใดขาดหายและบกพร่องอยู่หรือเปล่า หากคุณมีการเขียนเว็บไซต์ขึ้นมาอย่างถูกต้องตามหลัก และสร้างระบบของเว็บไซต์ที่มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน Google Lighthouse ก็จะให้คะแนนในส่วนนี้สูง

4. SEO

ตัวชี้วัดนี้ จะประเมินประสิทธิภาพของ SEO จากองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องต่อผลลัพธ์ในการทำ SEO โดยเฉพาะกับการตรวจสอบ On-Page SEO อย่าง Title, Meta Description, โครงสร้างเนื้อหา, Heading Tag, Alt Text และอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ตัวชี้วัดของ Google Lighthouse ในด้าน SEO ไม่ได้มีความละเอียดมากนัก แนะนำให้คุณใช้เครื่องมืออื่น ๆ ร่วมด้วย จึงจะแม่นยำที่สุด ตัวอย่างเช่น MozBar, Ahrefs หรือ SEOquake เป็นต้น

5. Progressive Web App (PWA)

ขออธิบายก่อนว่า Progressive Web Application คือ การทำให้เว็บไซต์ธรรมดาทั่ว ๆ ไป ให้มีความคล้ายคลึงกับแอปพลิเคชัน นั่นคือการทำให้เว็บของเราสามารถแสดงผลได้ดีในทุก ๆ อุปกรณ์ ทั้งในส่วนของความสวยงาม ความเร็ว รูปแบบการใช้งาน และองค์ประกอบต่าง ๆ  ซึ่ง Google Lighthouse ก็ได้มีตัวชี้วัดในส่วนนี้ด้วย

Lighthouse ต่างกับ PageSpeed Insights อย่างไร?

PageSpeed Insights เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวัดประสิทธิภาพของเว็บไซต์ และหาแนวทางในการปรับปรุงหน้าเว็บ เช่นเดียวกันกับ Google Lighthouse ซึ่งมีคะแนนเต็มอยู่ที่ 100 คะแนนเหมือนกัน โดย PageSpeed Insights นั้น จะไม่มีการใช้ Progressive Web Application มาเป็นตัวชี้วัดคุณภาพของเว็บไซต์อย่างที่ Google Lighthouse มีนั่นเอง

บทสรุปเรื่อง Google Lighthouse คืออะไร?

หากคุณเป็นคนทำ SEO ที่ไม่แม่นในเรื่องของ Technical นัก Google Lighthouse คือ ตัวช่วยที่ดี ที่คุณควรนำมาใช้ในการตรวจสอบความเร็วและคุณภาพของเว็บไซต์ เพราะ Google Lighthouse จะระบุข้อผิดพลาดบนเว็บไซต์คุณออกมาเป็นลิสต์ พร้อมแนะนำแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมให้ เสมือนกันว่าคุณมีที่ปรึกษาส่วนตัวมาคอยดูแลเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขเว็บไซต์เพื่อให้ปัจจัยต่าง ๆ ของ Google Lighthouse กลายเป็นสีเขียวทั้งหมด อาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่คุณสามารถทำได้ หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้อยู่ ทีม SEO Specialist ของแองก้ายินดีให้คำแนะนำ
ANGA เอเจนซี่การตลาดออนไลน์ที่เชี่ยวชาญด้าน SEO โดยเฉพาะ เราพร้อมผลักดันให้เว็บไซต์และธุรกิจของคุณเติบโตขึ้นไปอย่างไม่มีสะดุด อาทิ ได้เว็บไซต์ที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง, เว็บไซต์ของคุณติดอันดับการค้นหาง่ายขึ้น, Keyword ที่ไม่เคยติดอันดับก็จะติดในหน้าแรก, รู้จักแนวทางในการทำบทความ SEO และอื่น ๆ อีกเพียบ!

บทความที่เกี่ยวข้อง

"Craft" Content Marketing กลยุทธ์การสร้างคอนเทนต์ให้แตกต่าง

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ในสายอาชีพด้านการตลาด คงจะเคยเห็นคำว่า “Content is King” ผ่านตามาบ้างไม่มากก็น้อย วลีนี้มีความหมายว่าเนื้อหา (Content) มีความสำคัญอย่างมาก จนเปรียบดั่งราชาบนโลกออนไลน์ หาก
80

Imposter Syndrome ต้องพยายามแค่ไหน ถึงจะเรียกว่าเก่ง?

Imposter Syndrome เป็นภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จมามากน้อยแค่ไหนก็ตาม เคยไหม? ผลงานออกมาดีเกินคาด ส่วนผลลัพธ์ก็ออกมาดีจนมีแต่คนชื่นชม แต่ตัวเรากลับไม่ได้รู้สึก
60

Work Life Balance เมื่อชีวิตที่ดีไม่ได้มีแค่งานที่รุ่ง

สิ่งที่คนวัยทำงานพูดถึงกันบ่อยที่สุดในช่วงไม่กี่ปีให้หลังมานี้ คงไม่พ้นเรื่องของ Work Life Balance อย่างแน่นอน ด้วยพฤติกรรมการทำงาน การเข้าร่วมสังคม และความกล้าตั้งคำถามของคนรุ่นใหม่ ทำให้หลาย ๆ คนเริ
43
th