fbpx

On-Page SEO คืออะไร มาทำความเข้าใจกับ 1 ในขั้นตอนสำคัญที่มีผลต่อการติดอันดับ

โดย ต.ค. 4, 2021Search Engine Optimization

ใจความหลักในการทำ SEO คือการปรับปรุงเว็บไซต์ ปรับแต่งเว็บเพจ และแก้ไขส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือมีจุดเชื่อมโยงมายังเว็บไซต์หลัก ให้ตรงตามหลักการจัดอันดับของอัลกอริทึม Google ซึ่งการทำ SEO นั้นจะมีการแบ่งขั้นตอนออกเป็นหลายส่วนด้วยกัน ตั้งแต่ส่วนของการทำ Keyword Research ที่เป็นการค้นหา Keyword ที่เหมาะสม มีความเกี่ยวข้องกับตัวแบรนด์ สินค้าและบริการ และประสิทธิภาพของ Keyword คำนั้น ถัดมาก็คือ Site Structure เป็นส่วนของโครงสร้างเว็บไซต์และองค์ประกอบต่าง ๆ เป็นส่วนหนึ่งที่ Crawling หรือ Google Bot จะเข้ามาตรวจสอบความถูกต้องตามหลักอัลกอริทึมเพื่อนำไปจัดอันดับการค้นหาต่อไปและส่วนลึกลงไปอีกจาก Site Structure คือส่วนของ On-Page SEO หลายอาจสงสัยว่าคืออะไร และมีผลมากขนาดไหนการจัดอันดับของอัลกอริทึม Google วันนี้แองก้าจะมาอธิบายในส่วนของ On-Page SEO ให้ได้รู้กันว่าอย่างถ่องแท้ว่าคืออะไร

what-is-seo-on-page

On-Page SEO คืออะไร?

On-Page หรือบางคนเรียก On-Site SEO คือส่วนของภายในเว็บไซต์หรือเว็บเพจเราเอง เป็นขั้นตอนการปรับเเต่งองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น ปรับเนื้อหาต่าง ๆ บนเว็บไซต์ให้มีความสอดคล้องกับ Keyword ที่นำเข้ามาใช้ การปรับแต่งความเร็วหน้าเว็บ (Pagespeed) การเสริมรูปภาพที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา และอื่น ๆ อีกหลายอย่าง เพื่อให้ตัวเว็บมีคุณภาพมากพอให้อัลกอริทึม Google พิจารณาดันเว็บไซต์ให้ติดอันดับการค้นหาหน้าแรกของ Google

หลักการทำ On-Page SEO ขั้นพื้นฐาน

ในการปรับแต่งส่วนของ On Page SEO คือขั้นตอนที่มีหลายส่วนหลัก ๆ ประกอบเข้าด้วยกัน ไม่ใช่เพียงแค่ทำคอนเทนต์ให้ตรงตาม Keyword เท่านั้น แต่ยังร่วมถึงเรื่องความสะดวกในการเข้าใช้งานเว็บไซต์ของผู้ใช้งานหรือกลุ่มเป้าหมายเราอีกด้วย และมากไปกว่านั้นการปรับแต่งส่วนต่างของ On-Page SEO นั้นคือส่วนที่อัลกอริทึม Google ใช้เป็นส่วนประกอบในการให้คะแนนเพื่อนำไปจัดอันดับการค้นหา โดยจะขอแบ่งออกเป็น 6 ส่วนหลักดังนี้

1.เนื้อหาของคอนเทนต์

การเขียนเนื้อหาคอนเทนต์บนเว็บไซต์ที่ทำ SEO คือต้องมีเนื้อหาครอบคลุมเนื้อหาทุกอย่าง ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการ ที่สำคัญเมื่อคุณได้เลือกชุด Keyword ที่แน่นอนแล้ว เนื้อหาขอคอนเทนต์ก็ควรที่จะสอดคล้องกับชุด Keyword เท่านั้นด้วย ซึ่งในส่วนของคอนเทนต์จะมีหลักการเขียนที่เรียกว่า E-A-T เป็นมาตรฐานของอัลกอริทึม Google ที่มีผลต่อการจัดอันดับการค้นหา โดยเป็นมาตรฐานที่เน้นการเขียนที่มีให้ประโยชน์แก่กลุ่มเป้าหมาย ให้พวกเขารู้สึกเชื่อถือในข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เที่ยงตรง และดูมีความเชี่ยวชาญด้านนั้นจริงๆ

seo-on-page-Google-EAT

2.ภาพประกอบคอนเทนต์

นอกจากเรื่องของเนื้อหาคอนเทนต์แล้ว อีกองค์ประกอบที่จะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือของเนื้อหาในคอนเทนต์ SEO นั้นคือรูปภาพ โดยการใช้รูปภาพต้องเน้นรูปที่มีความละเอียดคมชัดที่สุด ถ้าจะให้ดีต้องเป็นรูปภาพที่ออกแบบโดยทางแบรนด์เองอาจจะเป็นการทำภาพแบบ Graphic Design หรือถ่ายภาพขึ้นมาใหม่ก็ได้ และยังเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ Google มองว่ามีความน่าเชื่อถือเพราะเป็นภาพที่ทำขึ้นมาด้วยแบรนด์เอง

3.Image Title และ Alt Text

เมื่อมีรูปภาพประกอบก็ต้องมีชื่อภาพด้วยเช่นกัน เพราะการตั้งชื่อภาพให้ตรงกับ Keyword เป็นการทำ Image SEO ที่มีส่วนที่ช่วยให้ติดอันดับ SEO ได้ถ้าให้ดีรูปภาพนั้นใช้ Keyword มาตั้งชื่อไปเลยจะช่วยได้มาก ตัวอย่างเช่น Keyword “SEO คืออะไร” Image Title หรือชื่อไฟล์ของรูปภาพนั้นอาจจะตั้งเป็น “SEOคืออะไร.jpg” ไปเลย และส่วนของ Alt Text ก็ตั้งเป็น <alt=”SEO คืออะไร”>

อ่านเพิ่มเติม Alt Tag คืออะไร

4.Pagespeed

ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บหรือ Pagespeed ที่ดีควรอยู่ในระดับไม่เกิน 3-5 วินาที หากมากไปกว่า 10 วินาทีอาจทำให้กลุ่มเป้าหมายหรือผู้ใช้งานกดออกไปเลย ซึ่ง Pagespeed ที่ว่านี้สามารถตรวจสอบได้กับ 2 เครื่องมือของที่ช่วยวัดประสิทธิภาพการโหลดหน้าเว็บไซต์ Google คือ Google Analytics และ Google Page Speed Test โดยสาเหตุที่ทำให้โหลดช้าอาจมาจากไฟล์รูปภาพ และวิดีโอที่ประกอบเว็บไซต์มีขนาดใหญ่เกินไป หรือการใช้ Plugin บางอย่างที่มากเกินไปก็ทำให้โหลดได้ช้าด้วยเหมือนกัน มากไปกว่านั้นอาจเป็นปัญหาในขั้นตอนการเขียน Code ก็เป็นไปได้ ดังนั้นควรหมั่นเช็กและปรับแก้บ่อย ๆ เพราะการที่เว็บไซต์โหลดช้ามีผลต่ออันดับ SEO ด้วย

seo-on-page-pagespeed

5.Internal Link ภายในเว็บไซต์

การทำ Internal Link คือวิธีการเชื่อมโยงภายในเว็บไซต์เข้าด้วยกัน เป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้อ่านหรือผู้ใช้งานได้เข้าใจว่าแต่ละบทความนั้นมีความเกี่ยวข้องกัน เช่น เมื่อคุณเขียนถึงบทความ “SEO คืออะไร? ” ภายในเนื้อหาคอนเทนต์อาจจะมีเรื่องที่เชื่อมโยงไปถึงคอนเทนต์อื่น ๆ ที่คุณเคยเขียนและโพสต์ลงไปในเว็บไซต์ อาจจะเป็นหัวข้อว่า “On-Page SEO คืออะไร? ” ก็สามารถเอาลิงก์ของหัวเรื่องนี้มาเชื่อมกันได้ในบทความ “SEO คืออะไร? ” เพื่อให้ผู้ใช้งานใช้เวลาบนเว็บไซต์ของคุณนานขึ้น และมีผลต่ออันดับของ SEO

6.การตั้งชื่อ URL

ชื่อของ URL เว็บไซต์เป็นอีกสิ่งที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน เพราะ URL ของเราก็เหมือนกับทางเข้ามาสู่เว็บไซต์ของคุณ ซึ่งเทคนิคการตั้งชื่อลิงก์ URL ก็ไม่ซับซ้อนอะไรมาก ควรตั้งเป็นชื่อที่เกี่ยวข้องกับหัวเรื่องนั้น ๆ ไปเลย เช่น หัวข้อ “SEO คืออะไร? ” ก็อาจจะตั้งชื่อว่า www.anga.co.th/what-is-seo แบบนี้ไปเลย นอกจากจะเป็นการสื่อถึงชื่อเรื่องแล้วก็ยังมีความเกี่ยวโยงกับ Keyword อีกด้วย

6.Featured Snippets

Featured Snippets คือส่วนที่แสดงข้อมูลหรือตัวอย่างที่น่าสนใจของเว็บไซต์นั้น ๆ เป็นการค้นหาที่อยู่อันดับ 0 (Zero Click Search) นั่นเอง หมายความว่าเป็นข้อมูลที่ปรากฏอยู่ด้านบนสุดของผลการค้นหาของ Google อีกทีเพื่อตอบคำถามแก่ผู้ค้นหาอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลดีต่อการติดอันดับ SEO ตำแหน่งสูงๆ สำหรับวิธีการปรับแต่งให้ Google เลือกเว็บไซต์ไปแสดงบน Featured Snippets นั้นมีหลายวิธีด้วยกัน เช่น การตั้งชื่อคอนเทนต์แบบเจาะจงอย่าง “คอนเทนต์ SEO คืออะไร เขียนอย่างไรให้ติดอันดับ” และทำคอนเทนต์ที่มีเนื้อหาและรายละเอียดดี ครอบคลุมถึงเนื้อหาเรื่องนั้นมาก เป็นต้น

and-what-is-seo-on-page

แล้ว Off-Page SEO คืออะไร?

Off-Page SEO คือ ปัจจัยภายนอกเว็บไซต์ที่ช่วยสนับสนุนตัวเว็บไซต์หลักของคุณให้ติดอันดับการค้นหาในลำดับที่ดีที่สุด สามารถทำได้ด้วยการสร้าง Backlink เป็นเว็บไซต์หรือเว็บเพจอื่น ๆ ที่มีการสร้างคอนเทนต์อ้างอิงหรือเชื่อมโยงมาสู่เว็บไซต์หลักของคุณ โดยการทำ Off-Page SEO หรือ Backlink คือส่วนช่วยให้เว็บไซต์หลักของคุณมีความนิยมมากขึ้น ที่สำคัญการทำ Backlink ด้วยเนื้อหาที่มีคุณภาพดี จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้อัลกอริทึมของ Google รู้สึกถึงความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์

การทำ On-Page และ Off-Page SEO คือส่วนสำคัญ

ในการทำ SEO นั้นถือเป็นวิธีการทำการตลาดออนไลน์ที่มีขั้นตอนการทำอยู่หลายส่วน ซึ่งการทำ On-Page และ Off-Page SEO คือขั้นตอนหนึ่งของการทำ SEO เท่านั้น แต่ก็นับเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยปรับปรุงภายในเว็บไซต์ให้มีมาตรฐานตรงตามที่อัลกอริทึมของ Google กำหนดเอาไว้ โดยในขั้นตอนของ On-Page SEO นั้นคือการปรับแต่งปัจจัยต่าง ๆ ภายในเว็บไซต์ไม่ว่าจะเป็น เนื้อหาคอนเทนต์ SEO, การใช้ภาพประกอบคอนเทนต์, การปรับแต่ง Pagespeed เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าถึงเว็บไซต์ได้รวดเร็วไม่ต้องคอยนาน, การทำ Internal Link เพื่อสร้างการเชื่อมโยงภายในเว็บไซต์ให้ผู้ใช้งานเข้าถึงและเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกัน, การตั้งชื่อ URL ที่ดูเหมือนเป็นส่วนเล็ก ๆ แต่ก็มีผลต่อความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย และสุดท้ายคือการทำ Featured Snippets ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่พึ่งถูกเพิ่มเข้ามาไม่นานแต่มีความสำคัญไม่แพ้องค์ประกอบอื่น ๆ เช่นกัน สำหรับมือใหม่ที่พึ่งเริ่มทำ SEO แองก้าขอแนะนำให้คุณหมั่นตรวจสอบประสิทธิภาพเว็บไซต์ของคุณอย่างสม่ำเสมอ เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องได้อย่างตรงจุดและช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีคุณภาพที่ดีพอต่อการติดอันดับ SEO บน Google

เรื่องที่อยากแบ่งปันให้อ่าน

เพิ่ม Traffic ให้เว็บไซต์ด้วย Image SEO บนรูปภาพ

เพิ่ม Traffic ให้เว็บไซต์ด้วย Image SEO บนรูปภาพ

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าการทำ SEO คือการใส่ Keyword ลงใน บทความ เท่านั้น แต่สิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึงคือ รูปภาพก็ใส่ Keyword ได้เหมือนกัน ด้วยการใช้ Alt Tag ทำ Image SEO ให้กับรูปภาพ...

อ่านเพิ่มเติม

ทำเว็บไซต์ให้คนหายังไงก็เจอด้วย SEO, SEM และ Google Ads

หากคุณทำเว็บไซต์, Blog หรือ Fanpage คุณจะต้องเคยมีคำถามขึ้นในใจว่า ทำยังไงให้คนหาเว็บไซต์เจอ หรือ ทำยังไงให้ Google เสิร์ชเจอเว็บไซต์ ซึ่งสิ่งที่ตอบคำถามนี้ได้ก็คือ...

อ่านเพิ่มเติม

ทำ SEO ให้เว็บไซต์ติดอันดับต้องใช้เวลานานแค่ไหน?

SEO ใช้เวลานานไหม? ทำ SEO ใช้เวลากี่เดือน? เป็นคำถามที่นักการตลาดออนไลน์ยากที่จะตอบ การทำ SEO ให้ติดอันดับไม่สามารถบอกระยะเวลาแน่นอนได้ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบมากมาย...

อ่านเพิ่มเติม

Offsite – Off Page คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญกับการทำกับ SEO

หลังจากการที่เรามีการทำ Onsite จนได้หน้าเว็บที่ถูกต้องตามหลักของ E A T ของ Google แล้ว เราก็มาต่อกันที่หัวใจหลักของการทำ SEO อีกส่วนหนึ่ง นั่นก็คือการทำ Offsite หรือ Off Page...

อ่านเพิ่มเติม

ร่วมงานกับเรา!

แองก้าเราเป็นทีมที่พร้อมจะร่วมงานกับธุรกิจและองค์กรทุกประเภท เรามีความเข้าใจในเนื้องานของธุรกิจ การสร้างยอดขาย การวิเคราะห์คู่แข่งด้วยเครื่องมือออนไลน์ที่ดีที่สุดในโลก ทั้งนี้การร่วมงานของเราจะเริ่มต้นได้เพียงแค่คุณติดต่อเรา