วันนี้คุณเกน รัชวิทย์ หวังพัฒนธน CEO & Managing Director ของ ANGA (แองก้า) ได้รับเกียรติจากงาน Asia Longevity Economy Summit 2026 เพื่อแชร์ Insights สำคัญเกี่ยวกับ Search Marketing สำหรับธุรกิจ Health Care ในยุค AI ที่เส้นทางการตัดสินใจของคนไข้ ไม่ได้เริ่มต้นที่การเดินเข้าสถานพยาบาลหรือการโทรศัพท์สอบถาม แต่เริ่มจากช่องทางการค้นหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบน Google, Social Media หรือเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI Search เช่น ChatGPT หรือ Gemini

บทความนี้จะมาสรุปประเด็นสำคัญจากหัวข้อ The Future of Search in Healthcare โดยคุณเกนได้ถ่ายทอด Insights เกี่ยวกับการปรับตัวของธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมสุขภาพ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการค้นหายุค AI Search ไว้อย่างน่าสนใจและน่าจับตามอง

ถอดรหัส Patient Journey เมื่อคำค้นหาคือจุดเริ่มต้นของการรักษา

The Future of Search in Healthcare

การเข้าใจเจตนาการค้นหาของผู้ใช้ หรือ Search Intent คือกุญแจสำคัญ เพราะ Patient Journey มีความซับซ้อนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

  • Awareness & Consideration: คนไข้เริ่มหาข้อมูลจากอาการ (Symptom-based) หรือ Pain Point ที่เค้าเจอมากกว่าชื่อแผนก เช่น ค้นหาว่า "ทำไมปวดหลังไม่หาย" แทนที่จะค้นหา "แผนกกระดูกและข้อ"
  • Platform Diversity: Google ยังคงเป็นช่องทางค้นหาข้อมูลหลัก แต่ Pantip, YouTube และ AI Search กลายเป็นแหล่งเปรียบเทียบข้อมูลที่สำคัญมากขึ้น
  • AI as a Front Desk: ปัจจุบัน AI กำลังทำหน้าที่เป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ส่วนตัวที่ช่วยคัดกรองสถานพยาบาลและแพทย์ให้กับคนไข้ ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจคลิกเข้าเว็บไซต์

ผมมองว่า การที่ AI เข้ามาเป็นตัวช่วยคัดกรองข้อมูลก่อนตัดสินใจ ส่งผลให้วิธีทำ SEO ในยุคนี้คือ การทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในทุก Touchpoint ที่คนไข้เกิดความสงสัย หากแบรนด์คุณไม่ปรากฏในคำตอบของ AI นั่นหมายความว่าคุณกำลังเสียโอกาสในการสร้าง Conversion ตั้งแต่ต้นทางนั่นเองครับ

วิเคราะห์ Demand ตลาดสุขภาพไทย จาก Sick Care สู่ Performance Care

Demand ตลาดสุขภาพ Health Care

ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ Super-Aged Society ส่งผลให้ความต้องการด้านสุขภาพเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่ผู้คนมองหาการรักษาเมื่อเจ็บป่วย (Sick Care) กลายเป็นการใส่ใจดูแลสุขภาพในระยะยาว เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและอายุยืนมากขึ้น หรือที่เรียกว่า Performance Care และ Longevity

การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังผลักดันให้ตลาดสุขภาพเติบโตอย่างมหาศาล โดยในอนาคตอาจมีมูลค่าสูงถึง 3.5 ล้านล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า สุขภาพ กำลังกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศไทย

Keyword Insights ที่นักการตลาดกลุ่มธุรกิจสุขภาพต้องจับตามอง

จากการเก็บข้อมูลของ ANGA เราพบว่า Keyword กลุ่ม Health Care และ Longevity มีอัตราการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่าง Search Volume ต่อเดือนที่สะท้อน Demand จริง ดังนี้

Keyword กลุ่ม Health Care และ Longevity
  1. Health insurance / ประกันสุขภาพ = 40,500 Searches
  2. Hormone / ฮอร์โมน = 27,100 Searches
  3. Annual health checkup / ตรวจสุขภาพประจำปี = 22,200 Searches
  4. Weight loss / ลดน้ำหนัก = 14,800 Searches
  5. Blood pressure / ความดัน = 14,800 Searches
  6. Health checkup / ตรวจสุขภาพ = 12,100 Searches
  7. Allergy / ภูมิแพ้ = 12,100 Searches
  8. Ozempic = 9,900 Searches
  9. Private hospital / โรงพยาบาลเอกชน = 8,100 Searches
  10. Longevity = 5,400 Searches

คำว่า Longevity จึงไม่ใช่คำเฉพาะทางทางการแพทย์อีกต่อไป แต่กลายเป็นคำทั่วไปที่ผู้บริโภคใช้ค้นหาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ซึ่งการสร้าง Content Hub รอบคำเหล่านี้ จะช่วยให้เว็บไซต์คุณสร้าง Authority ในตลาด Blue Ocean ที่การแข่งขันยังไม่สูงเท่า Keyword กระแสหลัก

กลยุทธ์การสร้าง Content ที่ชนะใจทั้ง Google และ AI

อัลกอริทึมของ Google ในกลุ่มธุรกิจสุขภาพเข้มงวดมาก เพราะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม YMYL (Your Money or Your Life) ซึ่งส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้งาน คุณเกนจึงได้สรุปสูตรสำเร็จ 3 ประการ เพื่อให้ AI เลือกดึงข้อมูลจากเว็บไซต์เราไปเป็นคำตอบ (Citation) โดยเนื้อหาต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  • Understandable (เข้าใจง่าย): หลีกเลี่ยงภาษาวิชาการที่ซับซ้อนเกินไป ใช้โครงสร้างที่ชัดเจน มีการใช้ Bullet Points และตารางเปรียบเทียบข้อมูล
  • Verifiable (ตรวจสอบได้): ข้อมูลต้องมีความถูกต้องแม่นยำ มีการระบุชื่อแพทย์ผู้ตรวจสอบเนื้อหา (Medically Reviewed by) และวันที่อัปเดตล่าสุด
  • Citable (อ้างอิงได้): การทำ Schema Markup ที่ถูกต้องช่วยให้ AI เข้าใจโครงสร้างข้อมูลและนำไปอ้างอิงต่อได้ง่ายและแม่นยำขึ้น

เปิดตำรา Playbook ปฏิวัติโครงสร้างเว็บไซต์ด้วย Ecosystem ของคำตอบ

Playbook ทำ Content Hub Ecosystem

การมีเพียงหน้าแพ็กเกจราคา (Sale Page) เพียงหน้าเดียวไม่เพียงพอสำหรับการทำ SEO ในปัจจุบัน ธุรกิจต้องปรับสู่การสร้าง Content Hub Ecosystem เพื่อตอบโจทย์คนไข้ให้ครบทั้ง Journey โดยใช้กลยุทธ์ตามแนวทาง Healthcare Search Playbook ดังนี้

  • 01 Map demand by intent: วิเคราะห์ความต้องการคนไข้ให้ลึกถึงเจตนา ทั้งด้านอาการ (Symptom), ราคา (Price) และความเชื่อมั่น (Trust)
  • 02 Build answer pages: สร้างหน้าเว็บไซต์ที่เน้นการตอบคำถามที่คนไข้สงสัยให้ตรงจุด แทนการขายเพียงอย่างเดียว
  • 03 Put doctors on the page: ระบุชื่อและคุณวุฒิแพทย์ (Credentials) ในเนื้อหา เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือตามหลัก YMYL สำหรับคนและ AI
  • 04 Useful before sales: เน้นให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และแก้ไขปัญหาก่อนเสนอขาย เพื่อสร้างความไว้วางใจ (Trust) ในตัวแบรนด์
  • 05 Track Google + AI: วัดผลทั้งอันดับบน Google และสัดส่วนที่ AI เลือกนำข้อมูลของเราไปอ้างอิง (Share of Voice)

สรุปคือการเปลี่ยนจากหน้าขายบริการเป็นแหล่งคำตอบที่ครอบคลุมทุกความกังวลของคนไข้ และรองรับอัลกอริทึมของ AI ได้อย่างแท้จริง

ตัวอย่างการสร้าง Content Hub ตาม ANGA Playbook

ตัวอย่าง: “บริการตรวจสุขภาพประจำปี" แทนที่จะมีแค่หน้าราคาและปุ่มจอง ควรแตกเนื้อหาออกตาม Intent ของคนไข้ ดังนี้

  • Information Intent: "ตรวจสุขภาพประจำปีควรตรวจอะไรบ้างตามช่วงอายุ"
  • Preparation Intent: "ก่อนไปตรวจสุขภาพต้องเตรียมตัวอย่างไร (งดน้ำ/อาหาร)"
  • Decision Intent: "วิธีเลือกโรงพยาบาลตรวจสุขภาพที่คุ้มค่าที่สุด"
  • Post-Service Intent: "ผลตรวจแบบไหนที่ถือว่าผิดปกติและควรปรึกษาแพทย์ทันที"

การสร้างเนื้อหาที่ครอบคลุมทุกแง่มุมแบบนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยในเรื่อง SEO Ranking แต่ยังสร้าง Brand Trust ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ใช้ในการตัดสินใจของธุรกิจ Health Care เมื่อคนไข้เห็นว่า คุณให้ข้อมูลที่ครบถ้วนและจริงใจ โอกาสที่เขาจะเลือกใช้บริการย่อมสูงกว่าคู่แข่งที่เน้นขายเพียงอย่างเดียว

Citation Infrastructure บทบาทของแพทย์บนโลกดิจิทัล

Citation Infrastructure ของแพทย์

สิ่งหนึ่งที่ AI และ Google ให้ความสำคัญสูงสุดคือ E-E-A-T (Experience, Expertise, Authoritativeness, Trustworthiness) ในกลุ่มธุรกิจสุขภาพ การใส่ชื่อแพทย์ วุฒิบัตร ประสบการณ์ และรูปถ่ายประกอบในบทความ เป็นการสร้าง Citation Infrastructure ให้กับระบบ AI การที่ AI ตรวจพบว่าเนื้อหาเขียนหรือตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีตัวตนอยู่จริง จะเพิ่มโอกาสที่เว็บนั้นจะถูกจัดอันดับในตำแหน่งที่โดดเด่นกว่า

การวัดผลในยุคใหม่ ต้องก้าวข้ามแค่ Ranking สู่ AI Share of Voice

ในอดีตเราอาจพอใจกับอันดับ Top 3 บน Google แต่ในยุค AI Search เราต้องวัดผลวัดว่า AI เห็น แนะนำ และอ้างอิงเราไหม หรือต้องวัดผลในมิติที่กว้างขึ้น ดังนี้

  • AI Share of Voice: AI แนะนำแบรนด์เราบ่อยแค่ไหนเมื่อผู้ใช้ถามถึงบริการด้านสุขภาพนั้นๆ?
  • Brand Mention & Authority: ชื่อโรงพยาบาลหรือชื่อแพทย์ถูกนำไปอ้างอิงในบทสรุปของ AI หรือไม่?
  • Positioning Accuracy: AI สรุปภาพลักษณ์ของแบรนด์เราได้ตรงกับที่ต้องการสื่อสารหรือไม่?

Search Marketing สำหรับธุรกิจ Health Care ต้องเข้าใจทั้งคนและ AI

ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทต่อพฤติกรรมการค้นหา กลยุทธ์ Search Marketing สำหรับธุรกิจ Health Care ไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องอันดับบน Search Engine เท่านั้น แต่ต้องให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือ และความถูกต้องของข้อมูลทางการแพทย์มากยิ่งขึ้น ธุรกิจที่เข้าใจ Pain Point ของผู้ป่วยได้อย่างลึกซึ้ง พร้อมปรับโครงสร้างเว็บไซต์และคอนเทนต์ให้ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้งานและ AI จะมีโอกาสสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันระยะยาวได้มากกว่าเดิม ดังนั้น การเลือกพาร์ทเนอร์ที่เชี่ยวชาญด้านการรับทำ SEO และบริการ AI Search โดยเฉพาะในธุรกิจกลุ่ม YMYL จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน