1. หน้าหลัก
  2. อัปเดตการตลาด
  3. E-E-A-T คืออะไร? เพิ่มอะไรในการอัปเดตใหม่ล่าสุด
EEAT คือ
เผยแพร่เมื่อ: ตุลาคม 10, 2023 | แก้ไขเมื่อ: ตุลาคม 11, 2023

E-E-A-T คืออะไร? เพิ่มอะไรในการอัปเดตใหม่ล่าสุด

Table Of Contents

การสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพด้วยหลักเกณฑ์ E-A-T จาก Google คือหนึ่งในเคล็ด (ไม่) ลับที่ทาง ANGA อยากบอกต่อคนที่กำลังเริ่มต้นเดินทางสาย SEO หรืออยากทำบทความ SEO ให้ติดอันดับเร็ว ๆ เพราะสิ่งนี้เป็นหนึ่งในอัลกอริทึมสำคัญที่ทาง Google นำมาใช้ตรวจสอบเนื้อหาและนำไปจัดอันดับจริง และในปัจจุบันนี้ Google ก็ได้เปลี่ยนจาก E-A-T มาเป็น E-E-A-T เรียบร้อยแล้ว ถ้าคุณอยากรู้ว่า E-E-A-T คืออะไร? แตกต่างจาก E-A-T Factor แบบเดิมอย่างไร? ติดตามได้ในบทความนี้เลย

What is E-A-T Factor

ทำความรู้จัก E-A-T คืออะไร?

ก่อนอื่นเราทำมาทำความรู้จักกับ E-A-T Factor แบบเดิมกันก่อนเลยว่ามันมีที่มาที่ไปอย่างไร และประกอบไปด้วยอะไรบ้าง? E-A-T คือ อัลกอริทึมที่ทาง Google นำมาใช้ในการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลบนเว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อหาที่ไร้คุณภาพ หรือข้อมูลผิด ๆ ถูกส่งต่อไปยังผู้อ่านในวงกว้าง หากเนื้อหาใดมีความน่าเชื่อถือจะถูกนำไปจัดอันดับในตำแหน่งดี ๆ ส่วนเนื้อหาใดที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ ก็จะไม่ถูกปิดกั้นไม่ให้ติดอันดับบนหน้าแรก ๆ 

เหตุผลที่ Google ปล่อย E-A-T Factor ออกมาใช้งานนั้น ต้องย้อนกลับไปในสมัยก่อน ตอนที่ Google ยังไม่ได้มีการตรวจสอบคุณภาพของเนื้อหาใด ๆ เลย เรียกได้ว่าใครอยากเขียนอะไร ก็สามารถเขียนได้ตามใจ ทำให้มีเว็บไซต์ปล่อยข้อมูลผิด ๆ ออกมามากมาย โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ เช่น ยารักษาโรคมะเร็ง, ยาลดไขมัน, ยาเร่งผิวขาว ฯลฯ ทำให้หลายคนหลงเชื่อและทำตาม จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของคนจำนวนมาก และบางรายถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็มี

เพื่อไม่ให้ “ผู้รับสาร” ได้รับข้อมูลผิด ๆ ไปมากกว่านี้  Google จึงสร้างอัลกอริทึมที่สามารถตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลได้ว่า ข้อมูลไหนน่าเชื่อถือ ข้อมูลไหนคือข้อมูลจริง และข้อมูลไหนไม่เป็นความจริงขึ้น จนออกมาเป็น E-A-T Factor จากนั้นก็ได้อัปเดตเพิ่มเป็น E-E-A-T Factor ให้เราใช้กันในปัจจุบันนี้

E-A-T Factor ประกอบไปด้วย อะไรบ้าง?

  1. Expertise : ความเชี่ยวชาญ
  2. Authoritativeness : ความมีอิทธิพล
  3. Trustworthiness : ความน่าเชื่อถือ

รู้หรือไม่? E-A-T อัปเดตใหม่ล่าสุดเป็น E-E-A-T แล้ว!

หลังจากที่รู้จักว่า E-A-T มีที่มาที่ไปอย่างไรกันแล้ว บางคนคงจะสงสัยว่า E-E-A-T คืออะไร? เหมือนกันกับ E-A-T Factor ตัวเดิมไหม? คำตอบคือเหมือนกันกับตัวเดิม แต่มี Experience (ประสบการณ์) เพิ่มเข้ามาใหม่นั่นเอง

What is Google E-E-A-T

E-E-A-T คืออะไร? มาไขข้อสงสัยกัน

E-E-A-T คือ อัลกอริทึมที่ใช้ในการตรวจสอบคุณภาพความน่าเชื่อถือของเนื้อหาและเว็บไซต์ ฉบับอัปเดตใหม่ล่าสุด เพื่อเป็นตัวกำหนดทิศทางหรือชี้นำผู้ผลิตเนื้อหาทุกเว็บไซต์ว่า “ถ้าอยากให้เว็บไซต์ติดอันดับในหน้าแรก ต้องผลิตเนื้อหาที่มีประโยชน์ต่อผู้อ่านอย่างแท้จริงตามเกณฑ์เหล่านี้” 

ซึ่ง E-E-A-T Factor จะประกอบไปด้วย E-Experience ที่เพิ่มเข้ามาล่าสุด และองค์ประกอบเดิมอีก 3 อย่างคือ E-Expertise, A-Authoritativeness และ T-Trustworthiness

Experience (E)

การนำประสบการณ์ที่เคยพบเจอหรือสัมผัส มาเขียนบอกเล่าลงไปในบทความ โดยอาจจะมีการสอดแทรกความคิดเห็นลงไปด้วยหรือไม่ก็ได้ ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้เนื้อหาของคุณมีความแปลกใหม่ ไม่ซ้ำกับเว็บไซต์อื่น ๆ 

Expertise (E)

การเขียนเนื้อหาด้วยความเชี่ยวชาญ เขียนลงลึกถึงรายละเอียดได้จริง เขียนเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นได้อย่างครบถ้วน เขียนออกมาให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่าย ๆ และรวมไปถึงการเขียนบทความยาว ๆ ด้วย

Authoritativeness (A)

เขียนให้ทุกคนรู้ว่าเราคือตัวจริงในด้านนี้ จนใคร ๆ ก็อยากนำเราไปเป็น Refference และอ้างอิงกลับมา (Backlink) นอกจากนี้เนื้อหาบนเว็บไซต์ต้องเป็นเรื่องเดียวกัน มีการเชื่อมโยงลิงก์ต่าง ๆ ไปมาหากัน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเสริมสร้างอิทธิพลให้แข็งแกร่งขึ้นด้วย

Trustworthiness (T)

สร้างความน่าเชื่อถือด้วยความโปร่งใสของข้อมูลและเว็บไซต์ของคุณ อาจจะเริ่มจากการระบุที่อยู่บริษัท ช่องทางการติดต่อ ลงบทความด้วยความสม่ำเสมอ และที่สำคัญเลยคือการทำ SEO ตามหลักที่ถูกต้องที่ Google ได้แนะนำ (SEO สายขาว) ห้ามทำ SEO สายดำ โดยเด็ดขาด!

บทสรุปเรื่อง E-E-A-T คืออะไร? สำคัญไหม?

E-E-A-T คือ สิ่งสำคัญของการทำ SEO ในยุคนี้เลยก็ว่าได้ คุณจะต้องสร้างสรรค์เนื้อหาโดยคำนึงถึงผู้อ่านเป็นหลัก เช่น เขียนข้อมูลที่เป็นความจริง เขียนเนื้อหาที่กระชับ เขียนเนื้อหาที่เข้าใจง่าย เขียนข้อมูลที่คนนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ และรวมไปถึงการปรับปรุงเว็บไซต์ให้ดี เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดกลับไปด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ การทำ SEO ไม่ได้มีเพียงการปรับปรุงเนื้อหาให้ตรงตามหลัก E-E-A-T เท่านั้น คุณควรปรับปรุงในส่วนของ On-Page SEO (ปรับปรุงส่วนต่าง ๆ บนหน้าเว็บไซต์ของเรา), Off-Page SEO (เพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์ด้วยปัจจัยภายนอก) และในส่วนของเว็บไซต์ให้ถูกต้องและตรงตามมาตรฐานด้วย เพราะทุกอย่างล้วนมีความเกี่ยวข้องกันทั้งสิ้น หากทุกอย่างดี รับรองเลยว่าผลลัพธ์ของการทำ SEO จะต้องออกมาดีอย่างแน่นอน!

บทความที่เกี่ยวข้อง

Craft” Content Marketing กลยุทธ์การสร้างคอนเทนต์ให้แตกต่าง

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ในสายอาชีพด้านการตลาด คงจะเคยเห็นคำว่า “Content is King” ผ่านตามาบ้างไม่มากก็น้อย วลีนี้มีความหมายว่าเนื้อหา (Content) มีความสำคัญอย่างมาก จนเปรียบดั่งราชาบนโลกออนไลน์ หาก
55

Imposter Syndrome ต้องพยายามแค่ไหน ถึงจะเรียกว่าเก่ง?

Imposter Syndrome เป็นภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จมามากน้อยแค่ไหนก็ตาม เคยไหม? ผลงานออกมาดีเกินคาด ส่วนผลลัพธ์ก็ออกมาดีจนมีแต่คนชื่นชม แต่ตัวเรากลับไม่ได้รู้สึก
50

Work Life Balance เมื่อชีวิตที่ดีไม่ได้มีแค่งานที่รุ่ง

สิ่งที่คนวัยทำงานพูดถึงกันบ่อยที่สุดในช่วงไม่กี่ปีให้หลังมานี้ คงไม่พ้นเรื่องของ Work Life Balance อย่างแน่นอน ด้วยพฤติกรรมการทำงาน การเข้าร่วมสังคม และความกล้าตั้งคำถามของคนรุ่นใหม่ ทำให้หลาย ๆ คนเริ
38
th