1. หน้าหลัก
  2. อัปเดตการตลาด
  3. 5 Myths SEO (ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ SEO) ที่คุณต้องหยุดเชื่อ!
Myths SEO (ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ SEO)
เผยแพร่เมื่อ: เมษายน 1, 2024

5 Myths SEO (ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ SEO) ที่คุณต้องหยุดเชื่อ!

Table Of Contents

ใครที่ทำการทำการตลาดออนไลน์จะรู้ดีว่าเราต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และวิธีการอยู่เสมอ ตามการอัปเดตของแพลตฟอร์ม เทรนด์ เทคโนโลยี เครื่องมือ และพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งการทำการตลาดแบบ Organic ผ่าน Search Engine หรือ SEO ก็เป็นเช่นเดียวกัน และเราเชื่อว่ามีคนไม่น้อยเลยที่ทำ SEO ในระดับพื้นฐานอยู่ ซึ่งไม่ได้เจาะลึกลงไปในเชิงเทคนิค รวมทั้งไม่ได้ติดตามการอัปเดตของ Google Algorithm ใหม่ ๆ จึงทำให้มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ SEO อยู่มาก และทำ SEO ด้วยวิธีการผิด ๆ ตลอดมา

ถ้าคุณไม่อยากตกเป็นเหยื่อของ “ความเข้าใจผิด” จนทำให้เว็บไซต์ไม่ติดอันดับสักทีหรือทำไปเสียแรงเปล่า เพราะไม่เกิดผลลัพธ์อะไรเลย คุณไม่ควรพลาดบทความนี้เป็นอย่างยิ่ง! เพราะ ANGA จะมาอธิบายว่า Myths SEO หรือความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ SEO ที่คนส่วนใหญ่เชื่อนั้นมีอะไรกันบ้าง? คุณเป็นหนึ่งในคนที่กำลังมีความเชื่อผิด ๆ เหล่านี้อยู่หรือเปล่า? และควรทำอย่างไรเพื่อให้ SEO มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิม

SEO คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

SEO คือการปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เว็บไซต์ติดหน้าการค้นหาของ Search Engine อย่าง Google ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ On-Page SEO, Off-Page SEO และ Technical SEO โดยคำว่า SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization นั่นเอง

ประโยชน์ของการทำ SEO

  • เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
  • ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ธุรกิจ
  • เป็นการลงทุนในระยะยาวที่คุ้มค่าอย่างมาก
  • เพิ่มโอกาสในการขายสินค้าหรือบริการ
  • เพิ่มจำนวนคนเข้าชมเว็บไซต์
  • ทำให้คนรู้จักแบรนด์และจดจำแบรนด์มากขึ้น
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำ SEM เพราะไม่ต้องเสียค่าโฆษณา
  • สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจให้เหนือกว่าคู่แข่ง

5 Myths SEO ที่คุณต้องเลิกเชื่อได้แล้ว!

Myths SEO คือความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำ SEO ที่อาจส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพของ SEO และคุณภาพของเว็บไซต์ได้ อย่างการโดนบทลงโทษจาก Google เช่น อันดับตก, โดนปิดกั้นไม่ให้ Indexing, หรือโดนเอาออกจากหน้าแสดงผลการค้นหา (SERP) ที่เคยติดอันดับ เป็นต้น

คุณกำลังมีความเชื่อว่าการใส่คีย์เวิร์ดลงไปในบทความเยอะ ๆ เป็นเรื่องที่ดีอยู่หรือเปล่า? คิดว่าทำ SEO ครั้งเดียวจบแล้วปล่อยยาว ๆ เลยใช่ไหม? หรือเข้าใจว่าการทำบทความลงเว็บไซต์ยิ่งเยอะยิ่งดี เน้นปริมาณ ไม่ต้องเน้นคุณภาพ อยู่หรือไม่? ถ้าใช่ ต้องรีบมาเปลี่ยนความคิดและหยุดเชื่อเรื่องพวกนี้กันได้แล้ว!

Myths SEO ที่คุณต้องเลิกเชื่อได้แล้ว!

1. ยัดคีย์เวิร์ดลงไปในเนื้อหาเยอะ ๆ 

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ SEO เรื่องแรกคือการเชื่อว่าการยัดคีย์เวิร์ดลงไปในบทความเยอะ ๆ เป็นร้อย ๆ คีย์เวิร์ด จะช่วยให้อันดับ SEO ของคีย์เวิร์ดนั้นพุ่งกระฉูด ถ้าคุณทำ SEO แบบนี้ในปัจจุบัน รับรองได้เลยว่าอันดับร่วงแน่ เพราะ Google จะมองว่าบทความนี้เป็นการ Spam Keyword ที่ผู้ทำมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการอยากให้เว็บไซต์ติดอันดับ จนต้องใส่คีย์เวิร์ดแบบรัว ๆ  ซึ่งจะทำให้บทความของคุณเป็นบทความที่ไร้คุณภาพทันทีและไม่ตอบโจทย์กับผู้ใช้งานเลย เพราะอ่านยากมากและจับใจความไม่ได้อีกด้วย

คำแนะนำ / วิธีการแก้ไข : 

  • ใส่คีย์เวิร์ดตามความเหมาะสม (2-3% ของเนื้อหา)
  • หาคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องมาใส่ (Related Keyword)
  • วางคีย์เวิร์ดให้กระจายอยู่ทั่ว ๆ บทความ ไม่กระจุกอยู่ส่วนใดส่วนหนึ่ง
  • เขียนบทความ SEO ที่มีเนื้อหาคุณภาพและเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน

2. ทำ SEO ครั้งเดียวจบ

Myths SEO เรื่องที่สองคือการเข้าใจว่าทำ SEO ครั้งเดียวจบ จ้างเอเจนซี่รับทำ SEOมาทำแล้ว พอติดอันดับก็เลิกจ้าง โดยไม่มีทีม In House มาดูแลต่อ เรื่องนี้ก็เป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเช่นกัน บางคนอาจจะสงสัยว่า “เห็นมีคนบอกว่าหลังจากทำ SEO ไปช่วงหนึ่ง พอเว็บไซต์ติดอันดับแล้วก็จะติดตลอดไป และเป็นวิธีที่ยั่งยืน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริงเหรอ?” ต้องบอกว่าจริงครึ่งหนึ่งและไม่จริงครั้งหนึ่ง และนี่คือคำอธิบายเพิ่มเติม

อย่างแรกเลยคืออันดับของ SEO ขึ้น-ลงได้ตลอดเวลา หากเว็บไซต์อื่นมีคุณภาพและตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากกว่า อันดับของเว็บไซต์นั้นก็สามารถแซงหน้าเราได้ ในทางกลับกันเว็บไซต์ของเราก็สามารถแซงอันดับเว็บไซต์อื่นได้เช่นกัน หากเราทำได้ดีกว่า

อย่างที่สองคือ SEO มีการแข่งขันสูง ถ้าคุณหยุดในขณะที่คนอื่นยังทำต่อ แปลว่าเว็บไซต์ของคุณมีโอกาสที่อันดับจะตกลงมาได้

อย่างสุดท้ายคือคุณต้องมีการ Optimize หรือปรับปรุงเว็บไซต์และอัปเดตเนื้อหาอยู่ตลอด เพราะ Google มีการอัปเดตอัลกอริทึมอยู่ตลอด และเนื้อหาที่สดใหม่เป็นปัจจุบันก็เป็นเนื้อหาที่ผู้ใช้งานมองหา เพราะเหตุนี้คุณจึงต้องทำ SEO อย่างต่อเนื่อง อาจจะไม่ถี่เหมือนช่วงแรก แต่ก็ไม่ควรทำแล้วปล่อยไว้นานหลายเดือนหรือเกิน 1 ปี ไม่อย่างนั้นคุณอาจจะต้องมาเริ่มต้นวางกลยุทธ์ทำ SEO ใหม่แต่แรก

คำแนะนำ / วิธีการแก้ไข : 

  • เขียนบทความลงเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง
  • อัปเดตเนื้อหาให้สดใหม่อยู่เสมอ
  • เช็กอันดับเว็บไซต์และวิเคราะห์แนวทางการแก้ไขให้ดีขึ้น หากอันดับตกลงเยอะ
  • ติดตามเทรนด์การทำ SEO ใหม่ ๆ และการอัปเดตอัลกอริทึมของ Google

3. ซื้อโดเมนเก่า มาจดทะเบียนใหม่

โละความความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ SEO ที่เชื่อว่าถ้าซื้อโดเมนเก่าที่มีอายุการใช้งานนาน ๆ และมี DA สูง ๆ แต่หมดอายุแล้ว (Expired Domain) มาจดทะเบียนใหม่และทำ 301 Redirects จะช่วยดันอันดับเว็บไซต์ของคุณได้อย่างรวดเร็ว ทิ้งไปและมาทำความเข้าใจใหม่ได้เลย

เพราะการอัปเดตล่าสุดจาก Google ในเดือนมีนาคม 2024 (Core Update 2024) นี้ Google บอกว่า การนำโดเมนเก่ามาใช้แบบผิด ๆ อย่างเช่น เว็บไซต์เก่าเคยเป็นเว็บไซต์ทางการแพทย์มาก่อน แต่เอาโดเมนมาใช้เป็นเว็บพนัน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลยและยังผิดกฎหมายอีกด้วย เว็บไซต์ของคุณอาจจะโดนลงโทษได้

คำแนะนำ / วิธีการแก้ไข : 

  • เลือกใช้โดนเมนใหม่แทนการใช้โดเมนที่หมดอายุแล้ว
  • เลือกซื้อโดเมนเก่าที่หมดอายุแล้ว แต่เคยเป็นเว็บไซต์ประเภทเดียวกันกับเรา เช่น เว็บไซต์คลินิกเหมือนกัน เป็นต้น
  • สำหรับใครที่จะซื้อโดเมนเก่า แนะนำให้เช็กประวัติการใช้งาน ประเภทเนื้อหา และตรวจสอบว่าเคยโดนลงโทษหรือไม่ก่อน
  • ถ้าอยากทำ Backlink แนะนำให้ทำ Backlink ที่มีคุณภาพไปเลยจะดีกว่า เพราะช่วยส่งพลังและดันอันดับได้จริง แถมยังไม่เสี่ยงโดนลงโทษด้วย

4. เน้นปริมาณคอนเทนต์ แต่ไม่เน้นคุณภาพ

Myths SEO เรื่องที่สี่คือการเข้าใจว่าการโพสต์คอนเทนต์จำนวนมาก ๆ ลงเว็บไซต์ ไม่ว่าเนื้อหาจะดีหรือไม่ดี (Scaled Content) จะทำให้อันดับเว็บไซต์ดีขึ้นได้ เรื่องนี้ผิดมหันต์ เพราะ Google ใส่ใจเรื่องคุณภาพมากกว่าที่คุณคิด และยิ่งเนื้อหาดีก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว เพราะเนื้อหาเป็นหัวใจหลักในการทำ SEO ที่มีความสำคัญไม่แพ้กับคีย์เวิร์ดเลย ดั่งวลีที่ว่า “Content is King”

ตัวอย่างของ Scaled Content

  • การคัดลอกเนื้อหาจากเว็บไซต์อื่นมาใช้งาน
  • การนำเนื้อหาแบบเดิม ๆ ไปใส่ไว้ในหลาย ๆ หน้าบนเว็บไซต์
  • การเขียนบทความด้วย AI โดยที่ไม่ได้ปรับแต่งใด ๆ เลย
  • การเขียนเนื้อหาในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์และธุรกิจ

คำแนะนำ / วิธีการแก้ไข : 

  • เขียนบทความด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง สดใหม่ ไม่ซ้ำใคร
  • ไม่คัดลอกเนื้อหาบนเว็บไซต์อื่นมาใช้งาน
  • เขียนเนื้อหาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
  • เขียนบทความด้วยความเชี่ยวชาญและนำประสบการณ์จริงมาสอดแทรกลงไป
  • เขียนบทความให้ตรงกับ Search Intent

5. เริ่มต้นทำ SEO แค่คนเดียวก็พอ

เริ่มต้นทำ SEO แค่คนเดียวก็พอ เรื่องนี้ก็เป็นอีกความเชื่อที่ผิดครึ่งหนึ่งและไม่ผิดครึ่งหนึ่ง เพราะการทำ SEO มีหลายขั้นตอนมาก เช่น การเขียนบทความ, การวางโครงสร้างเว็บไซต์ให้เหมาะกับการทำ SEO, การแก้ไขปัญหาเชิงเทคนิค, การทำ Backlink, การวิเคราะห์เว็บไซต์คู่แข่ง, การทำ Keyword Research, การวิเคราะห์ผลลัพธ์, การปรับแต่งเนื้อหา, การปรุงเว็บไซต์ ฯลฯ ซึ่งถ้าคุณเป็นมือใหม่และลงมือทำคนเดียวทั้งหมดนี้ล่ะก็ อาจจะต้องใช้เวลานานเป็นปี ๆ เลยก็ได้

แต่ไม่ใช่ว่าการทำ SEO จะทำคนเดียวไม่ได้ เพราะถ้าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO มีประสบการณ์ในด้านนี้มาอย่างยาวนาน รู้ว่าต้องทำ On-Page SEO, Off-Page SEO และ Technical SEO อย่างไร ก็สามารถทำได้ และใช้ระยะเวลาน้อยกว่ามือใหม่อย่างแน่นอน ทั้งนี้ทั้งนั้น การทำ SEO ทุกอย่างเพียงคนเดียวอาจเป็นเรื่องที่หนักเกินไป จนคุณทำงานไม่ทันได้ ดังนั้น เราจึงแนะนำให้คุณมีทีมช่วยทำจะเป็นการดีที่สุด

คำแนะนำ / วิธีการแก้ไข : 

  • ทำ SEO ในส่วนที่ตนเองถนัด ส่วนอื่นให้จ้างหรือสร้างทีมขึ้นมาทำ
  • จ้างบริษัททำ SEO มาเป็นที่ปรึกษาหรือดูแลส่วนที่เราไม่ถนัด
  • สร้างทีม SEO ในบริษัท ซึ่งตำแหน่งหลัก ๆ ที่ควรมีคือ SEO Specialist, SEO Content Writer, Web Developer และอย่าลืม Graphic Designer สำหรับทำภาพด้วย

สรุปเรื่องความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ SEO

ทั้งหมดนี้ก็เป็น 5 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ SEO หรือ Myths SEO ที่พบเห็นกันได้บ่อย ๆ แล้วคุณล่ะ เคยเข้าใจผิดเรื่องไหนกันบ้าง? แต่ไม่ว่าจะคุณจะเคยเข้าใจผิดเรื่องไหนก็ไม่สำคัญอีกต่อไป เพราะตอนนี้คุณรู้สาเหตุและแนวทางการแก้ไขแล้ว เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณไม่มากก็น้อย สุดท้ายนี้ หากคุณต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านการทำ SEO ที่ได้รับรางวัลพิสูจน์ผลงาน สามารถรับคำปรึกษากับ ANGA ได้เลยที่ 02-023-8899

บทความที่เกี่ยวข้อง

HubSpot คืออะไร? ช่วยดูแลธุรกิจ ครบจบในตัวเดียวจริงไหม?

สำหรับการทำธุรกิจในยุคนี้ ทีมที่องค์กรขาดไปไม่ได้เลยคือทีมการตลาดและทีมขาย ทั้งสองทีมนี้ต้องทำงานร่วมกัน ในการดึงลูกค้าเข้ามาและปิดการขาย แต่ด้วยความที่ต่างทีมต่างมีลำดับขั้นตอนและรายละเอียดของเนื้องา
23

Google Analytics 4 คืออะไร ต่างจากเวอร์ชันเก่าอย่างไร

Google Analytics (GA) เป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญมาก สำหรับนักการตลาดและแบรนด์ที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เพราะ GA จะช่วยให้คุณรู้จักกลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาใช้งานบนเว็บไซต์มากขึ้น และทำให้คุณได้ข้อมูล
15

Technical SEO คืออะไร? กับ 8 เทคนิคการปรับปรุงฉบับพื้นฐาน

Search Engine Optimization (SEO) เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับบน Google ได้อย่างยั่งยืนและนำมาซึ่งผลลัพธ์ด้านการเติบโตของธุรกิจ ซึ่งการทำ SEO จะประกอบไปด้วยฝั่งของ On-Page S
18
th