1. หน้าหลัก
  2. อัปเดตการตลาด
  3. 7 วิธีทำการตลาดสำหรับคลินิกเสริมความงาม ในปี 2024
ทำการตลาดคลินิกเสริมความงาม
เผยแพร่เมื่อ: ตุลาคม 20, 2023 | แก้ไขเมื่อ: มกราคม 15, 2024

7 วิธีทำการตลาดสำหรับคลินิกเสริมความงาม ในปี 2024

Table Of Contents

ธุรกิจคลินิกเสริมความงามเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีการแข่งขันกันดุเดือดมาก ไม่มีใครยอมใคร และยังมีคู่แข่งใหม่ ๆ เกิดขึ้นได้ทุกวัน ซึ่งการทำการตลาดคลินิกเสริมความงามนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะว่าธุรกิจนี้ มีคำต้องห้ามและกฎต่าง ๆ ที่คุณไม่ควรทำเพียบ และข้อห้ามเหล่านั้น ดันเป็นสิ่งที่ลูกค้าชอบ และสามารถดึงลูกเค้าเข้ามาใช้บริการได้นี่สิ แล้วแบบนี้เราจะทำการตลาดคลินิกเสริมความงามให้มีประสิทธิภาพ ด้วยวิธีที่ถูกต้องตามกฎอย่างไรล่ะ?
ANGA (แองก้า) จะมาคลายข้อสงสัยและแนะนำ 7 วิธีทำ SEO และทำการตลาดคลินิกเสริมความงามในปี 2024 ให้คุณทราบกัน จากประสบการณ์การทำการตลาดออนไลน์ให้แก่ธุรกิจคลินิกความงามที่อัดแน่น มีผลลัพธ์จากการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จมากมาย เราจึงมั่นใจได้ว่าคุณสามารถนำข้อมูลต่าง ๆ ในบทความนี้ไปใช้งานได้จริง!

Doing Marketing for Aesthetic Clinic

7 วิธีทำการตลาดคลินิกเสริมความงาม ในปี 2024

การแข่งขันกันของธุรกิจคลินิกเสริมความงามคือ Red Ocean อย่างแท้จริง หรือหมายความว่าตลาดนี้ เป็นตลาดที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือด หากคุณจะลงไปเล่น คุณต้องต่อสู้กับคู่แข่งจำนวนมาก มีการวางกลยุทธ์ที่แยบยล และมีจุดเด่นที่แข็งแรง จึงจะสามารถชนะใจลูกค้าและดึงลูกค้ามาจากคู่แข่งได้ เนื่องจากการตลาดคลินิกเสริมความงามนั้น มักจะสู้กันด้วย “ราคาถูก” เป็นหลัก และตัวบริการก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากเท่าไหร่เช่นกัน

ดังนั้น สิ่งที่คุณต้องทำคือการทำให้ลูกค้าสนใจในตัวคลินิกคุณ รวมทั้งมีความเชื่อมั่นไว้ใจ และภักดีด้วย จึงจะทำให้คุณสามารถอยู่รอดต่อไปในธุรกิจอันแดงเดือดนี้ได้ ก่อนอื่น คุณลองมาทำความเข้าใจกับ 7 วิธีทำการตลาดคลินิกความงามกันก่อนดีกว่า

1. รู้จักกลุ่มเป้าหมายและเลือกใช้กลยุทธ์ให้ดี

เคยไหม? ที่คุณดั้นด้นทำการตลาดออนไลน์ด้วยแคมเปญต่าง ๆ มากมาย จัดกิจกรรมให้ลูกค้าเล่นเพียบ และยังออกโปรโมชั่นเด็ด ๆ อีกหลายโปรฯ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับน้อยกว่าที่ตั้งเป้าไว้ตลอด อาจจะหมายความว่าคุณยังไม่รู้จักกลุ่มเป้าหมายดีพอ ยังไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วลูกค้าคุณต้องการอะไรกันแน่ หรืออาจจะเป็นการใช้กลยุทธ์ในการทำการตลาดแบบผิด ๆ อยู่ก็เป็นไปได้

อย่างแรกเลยคือคุณต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมายของคุณก่อน ว่าเป็นเพศไหน อายุประมาณเท่าไหร่ มีไลฟ์สไตล์อย่างไร อาจจะเรียนรู้จากการสอบถามความคิดเห็นของลูกค้าอยู่เสมอ ทำการวิจัยตลาด ทำการทดลอง เรียนรู้จากคู่แข่ง ฯลฯ จากนั้น ก็เลือกกลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสมกลุ่มเป้าหมายของคุณ ซึ่งกลยุทธ์ยอดฮิต ที่ถูกนำมาใช้ในการทำการตลาดคลินิกเสริมความงาม คือ Pull Marketing หรือการดึงดูดลูกค้าให้เดินเข้ามาหาเราเอง

2. สร้างจุดแข็งให้โดดเด่นเหนือคู่แข่ง

คลินิกเสริมความงามจะแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ คลินิกศัลยกรรม และคลินิกผิวพรรณ หรือบางคลินิกอาจจะให้บริการทั้งศัลยกรรมและผิวพรรณก็ได้เช่นกัน อย่างน้อย ๆ คุณต้องรู้ว่าคู่แข่งของคุณแต่ละคลินิก มีจุดเด่นจุดแข็งเรื่องอะไร? และบริการหลักที่คุณอยากชูให้เด่นที่สุดคืออะไร? นอกจากนี้ คุณจะต้องรู้ให้ได้ว่าคุณดีกว่าคู่แข่งตรงไหน จึงจะสามารถทำการตลาดได้อย่างแม่นยำ

ตัวอย่างเช่น

ANGA Clinic เป็นคลินิกเสริมความงามที่ให้บริการเรื่องผิวพรรณเป็นหลัก แพทย์เชี่ยวชาญด้านการฉีดฟิลเลอร์ และมีผู้เข้ามาใช้บริการจริงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการฉีดฟิลเลอร์คาง ที่ใช้เทคนิคเฉพาะตัวที่ชื่อว่า Beauty Chin เรียกได้ว่าถ้าอยากคางสวยเป๊ะด้วยฟิลเลอร์ ต้องมาที่ ANGA Clinic เท่านั้น

ดังนั้น จุดแข็งหรือจุดเด่นของ ANGA Clinic ก็จะเป็นการฉีดฟิลเลอร์คางด้วยเทคนิค Beauty Chin ที่ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างจากการฉีดฟิลเลอร์คางกับที่อื่น อาจจะเป็นเรื่องการปั้นทรงได้สวย แพทย์มือเบามาก ไม่เจ็บ ไม่บวม ไม่ซ้ำ หรือมีเทคโนโลยีในการวิเคราะห์รูปหน้า ต่าง ๆ ก็ได้ (คุณต้องหาสิ่งเหล่านี้ให้เจอ เพื่อนำมาใช้เป็นจุดขาย)

การตลาดคลินิกเสริมความงาม

3. สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่คลินิก

ถึงจะมีคลินิกเสริมความงามมากมายเต็มไปหมด แต่ก็ใช่ว่าจะถูกกฎหมายและได้มาตรฐานทั้ง 100% บางคลินิกก็ใช้ยาปลอมเพื่อลดต้นทุน บางคลินิกก็ทำให้คนเสียชีวิต และอื่น ๆ อีกสารพัด ทำให้ความไว้ใจของลูกค้าที่มีต่อคลินิกเสริมความงามลดลงไปอย่างมาก วิธีทำการตลาดคลินิกเสริมความงามที่จะทำให้ลูกค้ากล้าใช้บริการคลินิกของคุณ หลัก ๆ คือ การสร้างความน่าเชื่อถือนั่นเอง

  • สร้างตัวตนบนในโลกออนไลน์ ซึ่งช่องทางหลัก ๆ ก็จะมีเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และบัญชีไลน์ทางการ
  • มีการปักหมุดแผนที่ชัดเจน (Google Maps) และสร้างโปรไฟล์ใน Google My Business
  • เปิดพื้นที่ให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้ามาแชร์ประสบการณ์ได้ เช่น Facebook Group
  • เผยแพร่เทคโนโลยีหรือเครื่องมือต่าง ๆ ที่มีความทันสมัยและปลอดภัย บนสื่อออนไลน์
  • มีการเปิดเผยรายชื่อแพทย์อย่างชัดเจน (ลูกค้าอาจจะนำชื่อแพทย์ไปค้นหาในเว็บไซต์แพทยสภาได้)
  • โพสต์รีวิวผลลัพธ์จากการรักษาอย่างสม่ำเสมอ และโพสต์บนทุกช่องทางที่คุณมีจะดีที่สุด

4. อัปเดตข้อมูลข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ

การอัปเดตข้อมูลข่าวสารที่ว่านี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเลยคือการอัปเดตข่าวสารใหม่ ๆ บน Social Media (ที่นิยมที่สุดคือ Facebook และ LINE@) เพื่อให้ผู้ติดตามเห็นความเคลื่อนไหวของคุณอยู่เสมอ คอนเทนต์ที่ทำออกไป สามารถเป็นได้ทั้งจุดเด่นของคลินิก โปรโมชั่นประจำเดือน ความรู้ ข้อดีของการทำหัตถการต่าง ๆ หรือจะเป็นคอนเทนต์เรียลไทม์ก็ได้เช่นกัน

ส่วนที่สองคือการอัปเดตองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับบริการของคุณ โดยเฉพาะการเขียนบทความลงบนเว็บไซต์ ซึ่งการทำเช่นนี้ จะช่วยให้คุณได้ฐานลูกค้าใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น, มีคนรู้จักคลินิกคุณมากขึ้น, ทำให้คนเชื่อว่าคุณคือผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้จริง ๆ และยังทำให้เว็บไซต์ของคุณมีคุณภาพขึ้นอีกด้วย

5. หลีกเลี่ยงการกระทำที่ผิดกฎ

ไม่ว่าจะเป็น Google เอง หรือ Facebook เอง ล้วนมี “ข้อห้าม” หรือ “กฎเกณฑ์” ของมันอยู่ รวมไปถึง “คำต้องห้าม” ที่ทางกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ประกาศออกมาด้วย ซึ่งข้อห้ามเหล่านี้ มีความมุ่งเน้นไปที่การทำการตลาดคลินิกเสริมความงามอย่างเฉพาะเจาะจง เนื่องจากเป็นธุรกิจที่อาจมีภาพโป๊เปลือย ภาพหวาดเสียว และรวมไปถึงเรื่องผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อร่างกาย จนอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

จึงมีข้อห้ามมากมายที่คลินิกความงามต้องระวัง หากคุณทำผิดกฎล่ะก็ คุณอาจจะโดนปรับ และอาจจะโดนแบนช่องทางนั้นทำการตลาดนั้น ๆ ไปเลยก็ได้ ด้วยเหตุนี้ ก่อนเผยแพร่อะไรลงไปบนโลกออนไลน์ อย่าลืมตรวจเช็กก่อนว่ามีคำต้องห้ามหรือไม่ ตัวอย่างเช่น เห็นผลทันที, เพียง (เพียง XXX บาท), การันตีผลลัพธ์, ลดน้ำหนัก, อันดับ 1, ครบวงจร, เท่านั้น ฯลฯ

Content Marketing for Clinic

6. สร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า

สิ่งที่ลูกค้าคาดหวังเมื่อเข้าไปใช้บริการคลินิกเสริมความงามทุก ๆ แห่ง คือ การได้รับประสบการณ์ที่ดีกลับไป การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าจึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญ หากคลินิกของคุณมีบริการที่ดี ใส่ใจลูกค้าเก่า-ใหม่เท่าเทียมกัน เอาใจใส่ดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด และไม่มีเล่ห์เหลี่ยมโกงลูกค้า ลูกค้าจะรู้สึกประทับใจในการใช้บริการคลินิกของคุณ ซึ่งอาจจะเอาไปบอกต่อ รีวิว และกลับมาใช้ใหม่ก็เป็นได้

ในทางกลับกัน หากคุณไม่พยายามสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า จ่ายเงินมาก็จบ เลิกดูแล ไม่สนใจไยดีอีกต่อไป ลูกค้าเก่าจะไม่กลับไปมาใช้งาน และอาจจะไปแชร์ประสบการณ์ยอดแย่นี้ให้ผู้อื่นรู้ ทำให้ลูกค้าใหม่ของคุณลดน้อยลงไปด้วย แน่นอนว่ายอดขายจะตก และคุณจะทำการตลาดเพื่อสร้างชื่อเสียงใหม่ ในระดับที่ยากกว่าตอนเริ่มต้นเสียอีก

7. ให้เอเจนซี่ช่วยทำการตลาดออนไลน์ในช่วงแรก

อย่างที่เราได้บอกไปว่าการทำการตลาดคลินิกเสริมความงามนั้นยากมาก เพราะมีการแข่งขันที่สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของธุรกิจทั้งหมด ถ้าคุณเริ่มต้นด้วยกลยุทธ์ที่ผิด วางโครงสร้างรากฐานไม่ถูกจุด คุณจะต้องมาปวดหัวและรื้อทั้งใหม่ทิ้งอยู่ตลอด ไม่เช่นนั้น บางทีคุณอาจจะเลียนแบบคู่แข่งมากเกินไป จนกลายมาเป็นผลเสียต่อธุรกิจของคุณเองก็ได้

จะดีกว่าไหม? หากคุณให้ Digital Marketing Agency ที่เชี่ยวชาญในด้านนี้โดยตรง อย่าง ANGA เข้ามาช่วยทำการตลาดออนไลน์ให้แก่ธุรกิจคลินิกเสริมความงามของคุณ ข้อดีของการจ้างเอเจนซี่ทำการตลาด คือ เห็นผลเร็ว เห็นผลจริง ได้ลูกค้าเพิ่มตามเป้า ยอดขายสูงขึ้น และจะธุรกิจของคุณจะเติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

ตัวอย่างบริการการตลาดออนไลน์ของเอเจนซี่ (อ้างอิงจากบริการของ ANGA)

  • ทำ Lead Generation (ค้นหากลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับคุณมากที่สุด)
  • วางกลยุทธ์ทางการตลาด พร้อมวิเคราะห์คู่แข่ง กลุ่มเป้าหมาย รวมถึงจุดแข็งของคุณ
  • ออกแบบ พัฒนา และสร้างเว็บไซต์ WordPress ที่มีคุณภาพสูง รองรับการทำ SEO
  • ทำ SEO สำหรับคลินิก ตั้งแต่ขั้นตอนแรกยันขั้นตอนสุดท้าย
  • ทำโฆษณาที่มีประสิทธิภาพผ่านช่องทางต่าง ๆ อาทิ Google Ads, TikTok Ads, Facebook Ads
  • สร้างสรรค์คอนเทนต์เพื่อการตลาด (Content Marketing) สำหรับทุกช่องทาง

ทำ Backlink เสริมความน่าเชื่อถือและเพิ่มคุณภาพให้แก่เว็บไซต์ของคุณ

ผลงานการทำการตลาดคลินิกเสริมความงาม โดย ANGA

ช่องทางทำการตลาด สำหรับคลินิกเสริมความงาม

ช่องทางในการทำการตลาดธุรกิจสุขภาพอย่างคลินิกเสริมความงาม ในปัจจุบันมีอยู่หลายช่องทางที่ทำแล้วให้ผลลัพธ์ที่ดี และช่วยเพิ่ม ROI ได้จริง แต่เหนือสิ่งอื่นใด นอกจากคุณจะต้องใส่ใจ Algorithm ของช่องทางต่าง ๆ แล้ว คุณจะต้องทำคอนเทนต์ให้ออกมาเหมาะสมกับช่องทาง และตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ในแต่ละแพลตฟอร์มด้วย ซึ่งช่องทางในการทำการตลาดคลินิกเสริมความงามที่อยากแนะนำให้คุณทำ มีดังนี้

  1. Website : ผลิตบทความ SEO เรื่องความรู้ต่าง ๆ ตามหลัก E-E-A-T เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
  2. Facebook : สร้างเพจเพื่ออัปเดตข้อมูลต่าง ๆ และสร้างกลุ่มเพื่อให้ลูกค้าเข้ามาโพสต์รีวิวได้
  3. TikTok : คอนเทนต์วิดีโอสั้นเป็นไวรัลได้ง่าย เหมาะกับการสร้าง Brand Awareness อย่างมาก
  4. Instagram : ช่องทางยอดฮิตของคนยุคนี้ โพสต์ภาพเด็ดพร้อมติด # ให้ตรง รับรองปังชัวร์
  5. YouTube : สำหรับลงคลิปคุณหมอให้ความรู้ หรือลงรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง แบบจัดเต็ม
  6. LINE Official Account : ช่องทางหลักที่ใช้ในการพูดคุยกับลูกค้า และส่งโปรเด็ด ๆ ถึงหน้าจอ
Social Media Marketing for Beauty Clinic

บทสรุป เรื่องการตลาดคลินิกเสริมความงาม

ถ้าคุณอยากสำเร็จในการทำการตลาดคลินิกเสริมความงามในยุคนี้ คุณต้องหันมาทำการตลาดด้วยกลยุทธ์ที่สามารถจูงใจลูกค้าได้ รวมถึงช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์  และทำให้คลินิกของคุณมีความน่าเชื่อถือด้วยเช่นกัน เพราะสิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ลูกค้าของธุรกิจความงามใช้ในการตัดสินใจว่าจะไปรับบริการที่คลินิกใด หวังว่าบทความนี้ จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านทุกท่าน หากคุณมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรือต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญจาก ANGA ดูแล ติดต่อมาได้ที่ LINE @ANGA หรือโทร 080-054-9199

บทความที่เกี่ยวข้อง

10 เทรนด์ Content Marketing 2024 ที่นักการตลาดไม่ควรพลาด

Content Marketing คือกลยุทธ์ทางการตลาดที่ใช้ “เนื้อหา” ที่มีอยู่หลากหลายรูปแบบ มาเป็นเครื่องมือในการทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก กระตุ้นยอดขายให้สูงขึ้น สร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า หรืออื่น ๆ
28

Target Audience คืออะไร มีกี่ประเภท มีวิธีหาอย่างไร

ถึงแม้ว่าคุณจะตั้งใจทำการตลาดออนไลน์มากแค่ไหน ทั้งสร้างคอนเทนต์ที่ดี ใส่เนื้อหาครบถ้วน โพสต์ลงในแพลตฟอร์มที่ใช่ พร้อมกับใช้กลยุทธ์ที่ดีที่สุด แต่สิ่งเหล่านี้จะมีประโยชน์อะไร ถ้าขาดสิ่งที่สำคัญที่สุดอย
30

Schema Markup คืออะไร เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ SEO

ถ้าพูดถึงวิธีทำการตลาดออนไลน์อย่างยั่งยืน วิธีแรก ๆ ที่โผล่ขึ้นมาในหัวคงไม่พ้นการทำ SEO (Search Engine Optimization) แน่นอน เพราะ SEO คือการสร้างเนื้อหาด้วยคีย์เวิร์ด (Keyword) และปรับปรุงเว็บไซต์ให้ม
34
th