1. หน้าหลัก
  2. อัปเดตการตลาด
  3. สรุปประเด็นสำคัญจาก Ahrefs SEO Summit Singapore 2023
ahrefs
เผยแพร่เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2023

สรุปประเด็นสำคัญจาก Ahrefs SEO Summit Singapore 2023

Table Of Contents

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2023 ที่ผ่านมา ทาง Ahrefs บริษัทเครื่องมือทำ SEO เจ้าดังที่คนทำ SEO คุ้นหูคุ้นตากันเป็นอย่างดี ได้จัดงาน “Ahrefs SEO Summit Singapore 2023” ขึ้น ณ ประเทศสิงคโปร์ เพื่ออัปเดตความรู้ใหม่ ๆ ด้าน SEO ให้ผู้ร่วมงานรับรู้กัน อาทิ วิธีเอาชนะ AI, บทความจาก AI จะถูกนำไปจัดอันดับได้หรือไม่, ข้อมูลเชิงลึกด้าน SEO, วิธีใช้ประโยชน์จาก Ghostwriters, กลยุทธ์ในการทำ SEO ในอนาคต และอื่น ๆ อีกมากมาย จากเหล่า Speaker 13 คน และนักการตลาดกว่า 200 คน ในอุตสาหกรรมชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลก 

งาน Ahrefs SEO Summit Singapore 2023 ได้รับความสนใจจากบริษัทรับทำ SEO และเอเจนซี่ด้านการตลาดออนไลน์ไปทั่วโลก แน่นอนว่าทางแองก้า (ANGA) เองก็คือหนึ่งบริษัทในที่เดินทางไปเข้าร่วมงานนี้ถึงที่ ดังนั้น ในวันนี้เราจึงจะมาสรุปประเด็นสำคัญจากงาน Ahrefs SEO Summit Singapore 2023 ให้ทุกคนได้รู้กัน!

วิธีเอาชนะด้วย AI Content และอนาคตของ AI จะนำมาซึ่งอะไร? ในตอนนี้มีคำถามเกิดขึ้นมากมาย เกี่ยวกับโอกาสที่ AI จะเข้ามาทำงานแทนที่มนุษย์ และทำให้มนุษย์ตกงานในอนาคต ซึ่งสายงานด้าน SEO เอง ก็เป็นอีกฝั่งหนึ่งที่มีการใช้ AI เข้ามาช่วยทำงาน ซึ่ง Joshua Wong, CEO of Hypotenues AI (AI ที่ทำหน้าที่เสมือนกับ Ghostwriter) ได้ให้คำตอบว่า “AI ไม่ได้มาแทนที่มนุษย์ทุกคน แต่ AI จะเข้ามาแทนที่มนุษย์ที่ไม่สามารถใช้ AI ได้ต่างหาก เพราะตัว AI เอง จะถูกควบคุมโดยมนุษย์อยู่แล้ว” 

AI Content หรือ คอนเทนต์ที่ถูกสร้างโดย AI สามารถติดอันดับบน Google ได้หรือไม่? Eugene Leow, Marketing Lead จาก Conquest Creatives ได้สรุปไว้ว่า คอนเทนต์ที่ถูกสร้างโดย AI สามารถติดอันดับบน Google ได้ เนื่องจาก Google ให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่มีคุณภาพ และตอบโจทย์ผู้ใช้งานเป็นที่สุด ไม่ได้ให้ความสำคัญที่ผู้เขียนจะเป็นมนุษย์หรือ AI หากคอนเทนต์ที่ AI สร้างขึ้นมานั้นมีคุณภาพจริง ก็สามารถติดอันดับได้ และในทางกลับกัน หากคอนเทนต์ที่มนุษย์เขียนขึ้นมานั้นไร้คุณภาพ ก็จะไม่ถูกนำมาจัดอันดับอยู่ดี

รากฐานของการตลาด : เริ่มจาก “การค้นคว้า” สู่ “การดำเนินการ” Onur Ozer ผู้ก่อตั้ง Simple Matters ได้ให้ข้อมูลว่า… ตั้งแต่ยุคที่มีการทำการตลาดในช่วงแรก จนถึงตอนนี้ที่เป็นการตลาด 5.0 ไม่ว่าจะมีเครื่องมือใหม่ ๆ เข้ามามากแค่ไหน หรือจะเปลี่ยนวิธีการไปอย่างไร สิ่งที่เป็นรากฐานของการทำการตลาดนั้นยังคงเดิม นั่นก็คือการเข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริง

ตัวอย่าง

ก่อนเริ่มต้นทำการตลาด เราจะต้องมีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายเสียก่อน ซึ่งการกำหนดกลุ่มเป้าหมายนี้ ไม่ควรกำหนดตื้นหรือลึกจนเกินไป ควรกำหนดความลึกในระดับที่เหมาะสม อย่างกลุ่มเป้าหมายของร้านกาแฟ ควรเป็นกลุ่มคนที่เร่งรีบ มีเวลาในการรอกาแฟน้อย และต้องการกาแฟคุณภาพดี เป็นต้น

ถอดรหัส : ประสิทธิภาพของ SEO และกลยุทธ์ในการทำคอนเทนต์ สำหรับอุตสาหกรรมยาก ๆ James Norquay, Managing Director จาก Prosperity Media ได้อธิบายว่า การทำ SEO ให้กับอุตสาหกรรมระดับโลก ที่มีความยากและมีการแข่งขันสูง ๆ จะต้องใช้กลยุทธ์ที่ซับซ้อน ทั้งการใช้ทีมนักเขียนภายใน (Inhouse) จากหลากหลายประเทศทั่วโลก ในการเขียนคอนเทนต์ให้เป็นภาษาของประเทศนั้น ๆ เพื่อสร้างการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในแต่ละประเทศ รวมไปถึงการทำ Backlink อย่างเป็นธรรมชาติด้วย

นอกจากนี้ ยังมีกลยุทธ์ที่น่าสนใจอีกกลยุทธ์หนึ่ง คือ การทำ Expired Domain Redirects for Link Acquisition หรือการซื้อโดเมนที่หมดอายุแล้ว แต่มีบทความ, Backlink และเนื้อหาใกล้เคียงกับเว็บไซต์เรา มาทำการ Redirects ไปที่เว็บไซต์ของเรานั่นเอง

สร้างเนื้อหาที่มีประสิทธิภาพและกลยุทธ์ SEO แบบผู้นำ โดย Yeap Ming Feng, Head of Seedly ได้แนะนำวิธีการทำ Keyword Research ใหม่ ๆ ที่คนส่วนใหญ่อาจไม่เคยใช้มาก่อน คือ 

  1. Evergreen Keyword เป็นคีย์เวิร์ดที่มีคนค้นหาตลอดวลา มีประโยชน์ตลอดกาล ซึ่งได้จากการทำ Keyword Research แบบทั่วไป ที่จะช่วยเพิ่ม Organic Traffic โดยไม่ได้มีการค้นหาชื่อแบรนด์
  2. Timely Keyword เป็นคีย์เวิร์ดที่ได้มาจากเครื่องมือ Social Media Listening Tools หรือคีย์เวิร์ดจากหน้าฟีดบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งจะได้มาโดยการติดตามข่าวสารใหม่ ๆ โดย Timely Keyword จะเข้ามาช่วยเพิ่ม Organic Traffic ของแบรนด์และ Social ได้ ในกรณีที่เนื้อหามีความเกี่ยวข้องกัน

วิธีใช้ Ghostwriters เพื่อสร้างการเติบโตให้แก่แบรนด์ของคุณ Ghostwriters (นักเขียนเงา, นักเขียนไร้นาม) คือคนที่สร้างสรรค์งานเขียนในนามผู้อื่น เมื่อนำงานเขียนนั้นไม่เผยแพร่ จะไม่มีชื่อผู้เขียนตัวจริงปรากฏอยู่ แต่ยังคงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์งาน 100% (ANGA เองก็เป็น Ghostwriter เช่นกัน เพราะเรามีบริการรับเขียนบทความ SEO ให้แก่เว็บไซต์ของลูกค้า)

โดย William Baptist, Email Copywriter and Ghostwriter ได้แสดงความคิดเห็นว่า… การดึง Ghostwriter มาสร้างประโยชน์และทำให้แบรนด์เติบโตขึ้น ทางแบรนด์ควรให้ความสำคัญกับบุคคลเหล่านี้ด้วย ทั้งในเรื่องของการ Feedback งานกลับไป, ให้ข้อมูลที่จำเป็น และรวมไปถึงการให้เครดิต Ghostwriter ในงานเขียนเช่นกัน

เจาะข้อมูล SEO เชิงลึก จากการตรวจสอบเว็บไซต์นับล้าน โดย Adam Krzywda, CEO ของ SEOptimer ได้แชร์ข้อมูลที่น่าสนใจมากมายในด้านของการทำ SEO เชิงเทคนิค จากการใช้ Software ของเขาเอง ในการตรวจสอบและปรับปรุงเว็บไซต์หลักล้านเว็บไซต์ ดังนี้

ความยาวของแต่ละคอนเทนต์

  • เว็บไซต์ทั่วไป : 810 words
  • เว็บไซต์ที่มี Traffic มากกว่า 20,000 : 1,150 words
  • เว็บไซต์ที่มี Traffic มากกว่า 100,000 : 1,232 words

Domain Strength / Domain Rating

  • เว็บไซต์ทั่วไป : 15
  • เว็บไซต์ที่มี Traffic มากกว่า 20,000 : 57
  • เว็บไซต์ที่มี Traffic มากกว่า 100,000 : 74

Page Size ยิ่งเล็กยิ่งดี

  • เว็บไซต์ทั่วไป : ไม่เกิน 4.2 MB
  • เว็บไซต์ที่มี Traffic มากกว่า 20,000 : ไม่เกิน 3.0 MB
  • เว็บไซต์ที่มี Traffic มากกว่า 100,000 : ไม่เกิน 2.8 MB

Core Web Vitals

Core Web Vitals มีความสำคัญอย่างมาก แต่การที่แก้ไขปรับปรุงเว็บไซต์ให้ได้คะแนนเต็มนั้นเป็นเรื่องยาก แนะนำให้ปรับปรุงให้ดีที่สุดเท่าที่คุณจะสามารถทำได้ 

การทำ SEO เชิงเทคนิคที่ดีที่สุด : ตั้งแต่ “การเก็บข้อมูล” ไปจนถึง “การจัดทำดัชนี” Gavin Choo, Managing Director จาก Disruptive Digital ได้แนะนำวิธีเอาใจ Google ให้อยู่หมัด ด้วยจากทำเว็บไซต์ของเราให้เร็วขึ้น! ด้วยการใช้ 3 เครื่องมือนี้ในการตรวจสอบ คือ GTmetrix, Pingdom และ Google Page Speed Insight

  • Optimize Image (ปรับขนาดรูปที่ใช้บนเว็บไซต์ให้เล็กลง)
  • เปิด Enable Browser Caching
  • ใช้ Content Delivery Networks (CDNs)
  • Minify CSS and Javascript
  • Prioritize Critical Rendering Path
  • Implement Lazy Loading

นอกจากนี้ Gavin Choo ยังกล่าวถึงสิ่งที่ต้องระวังในการทำ robot.txt คือเรื่อง Unnecessary use of trailing slashes หรือการ Disallow URL ซึ่งจะต้องดูให้ดีว่าเว็ปไซต์เราของมีการจัด Structure URL อย่างไร เช่น Disallow: /category นั้นจะให้ผลที่ต่างจาก Disallow:/category/

กลยุทธ์ในการรักษาลูกค้า SEO : วิธีทำให้ลูกค้าติดใจและอยู่กับเราให้นานกว่าครึ่งทศวรรษ โดย Charlotte Ang, Managing Partner จาก Traffic Bees เริ่มต้นจากการเล่าถึง Cost ในการได้มาซึ่งลูกค้าของเขาเอง ซึ่งเขาต้องใช้ระยะเวลาถึง 14 เดือนในการทำงาน เพื่อที่จะ Leverage Cost ของการ Pitching งาน นั่นแปลว่าบริษัทของเขาจะได้กำไรก็ต่อเมื่อเริ่มทำงานให้แก่ลูกค้าในเดือนที่ 15 ดังนั้น การต่อสัญญาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

โดยเคล็ดลับที่ทำให้เขาสามารถรักษาลูกค้าได้ก็คือ การโฟกัสที่ Client Business Objective หรือวัตถุประสงค์ทางธุรกิจของลูกค้าจริง ๆ ไม่ใช่แค่ Traffic หรือ Ranking ทั่วไป แต่เป็นการโฟกัสไปที่ Conversion และ Metrics อื่น ๆ ที่ลูกค้าต้องการ นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำอื่น ๆ อีกด้วย โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • ใช้หลัก KEEP (KPI, Extend beyond your core, Engaging Report, Personal Relationships)
  • ทำผลงานให้ออกมาตรงกับ KPI ที่ตกลงกันไว้กับลูกค้า
  • การทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจลูกค้าเพิ่มเติม ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือสิ่งที่ทำให้ลูกค้าอยู่แล้ว
  • จัดการชื่อเสียงในโลกออนไลน์ให้แก่ลูกค้า (Online Reputation Management)
  • Engaging Report อัปเดต Data และเทรนด์ใหม่ ๆ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกตื่นเต้นอยู่เสมอ
  • การทำงานกับลูกค้าอย่างซื่อสัตย์และโปร่งใส
  • ปรับปรุงเว็บไซต์ตามหลัก SEO Structure

ทำงานสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง – ท่องเที่ยวอย่างอิสระ ไปพร้อม ๆ กับการดูแลธุรกิจของคุณ Isabel Leong, Content Strategist จาก Bel Around The World เป็น Blogger ชาวสิงคโปร์ ที่ทำเว็บบล็อก (Website Blog) ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลก ได้เล่าถึงประสบการณ์ในการทำ SEO ให้แก่ธุรกิจนี้ พร้อมให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า… “ถ้าเราวางกลยุทธ์เองได้แล้ว เราสามารถจ้างคนอื่นให้ทำหน้าที่แทนเราได้ เพียงแค่เราใช้เวลา 2 ชั่วโมงต่อสับดาห์ในการทำ SEO Research ส่วนเรื่องอื่น ๆ ก็ให้ทีมจัดการให้แทน” นอกจากจะช่วยให้ได้ท่องเที่ยวอย่างเต็มเวลาแล้ว ผลลัพธ์ของการทำ SEO ยังมีประสิทธิภาพ จนทำให้บล็อกติดอันดับ และมี Sponser ติดต่อเข้ามาเพียบ

การนำร่อง SGE ของ Google : กลยุทธ์ที่นำไปปฏิบัติได้ สำหรับการทำ SEO ในอนาคต โดย Nik Ranger, Senior Technical SEO จาก Dejan Marketing ได้แนะนำ SGE (Search Generative Experience) เทคโนโลยีใหม่จาก Google ที่ผสมผสานกันระหว่าง Generative AI และ Search ว่า… SGE เป็นฟีเจอร์ที่จะเข้ามาให้ความช่วยเหลือผู้ใช้งาน ในการหาคำตอบมากขึ้น

ซึ่งสิ่งที่คนทำ SEO ต้องเข้าใจคือการสร้างสรรค์เนื้อหาที่มีคุณภาพบนเว็บไซต์ และเนื้อหานั้นจะต้องตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ หรือกล่าวว่าคุณจะต้องเข้าใจคำค้นหาเหล่านั้นอย่างถ่องแท้ และรู้ว่าทำไมผู้ใช้งานถึงค้นหาคำเหล่านั้น นอกจากนี้ จำเป็นที่จะต้องมีการอัปเดตคอนเทนต์และเว็บไซต์ให้สดใหม่อยู่เสมอด้วย รวมทั้งมีความพร้อมในการรับมือการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยเช่นกัน

อนาคตของ Search โดย Eugen Kim, Head of Strategy จาก First Page Digital ได้บอกไว้ว่า.. การทำ SEO ในอนาคตจะแตกต่างจากปัจจุบันไปอย่างสิ้นเชิง เพราะ SGE จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เนื่องจาก SGE จะหาคำตอบมาให้ผู้ใช้งานอย่างง่ายดาย ทำให้ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องกดเข้าไปอ่านข้อมูลตามเว็บไซต์ต่าง ๆ อีกต่อไป

จึงทำให้เรา ในฐานะคนทำ SEO ไม่สามารถที่จะใช้ Generic Keyword ได้อีก จะต้องหันไปโฟกัสที่ Long-Tail Keyword มากขึ้น และจะต้องเน้นทำให้ปริมาณมาก เพื่อรองรับทุกเป้าหมายในการค้นหาของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นคำตอบ, สินค้า หรือบริการก็ตาม และมีการส่งท้ายไว้ว่า “Human who adapt with AI will be the group that survive” หรือ “คนที่ปรับตัวเข้ากับ AI เท่านั้น จะเป็นกลุ่มที่รอด
ANGA เอเจนซี่ด้านการตลาดออนไลน์ โดยคนยุคใหม่ บริการครบวงจร อาทิ รับทำ SGE เพื่อให้ธุรกิจคุณถูกพูดถึงอย่างถูกต้องบน Generative AI, รับทำ SEO ติดอันดับการค้นหาอย่างยั่งยืน หรือการยิงโฆษณาบนทุกแพลตฟอร์ม เป็นต้น หากคุณกำลังมองหาพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างยั่งยืน ในงบประมาณที่คุ้มค่า เห็นผลลัพธ์จริง ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญได้ที่ LINE : @ANGA หรือโทร 080-054-9199

บทความที่เกี่ยวข้อง

"Craft" Content Marketing กลยุทธ์การสร้างคอนเทนต์ให้แตกต่าง

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ในสายอาชีพด้านการตลาด คงจะเคยเห็นคำว่า “Content is King” ผ่านตามาบ้างไม่มากก็น้อย วลีนี้มีความหมายว่าเนื้อหา (Content) มีความสำคัญอย่างมาก จนเปรียบดั่งราชาบนโลกออนไลน์ หาก
80

Imposter Syndrome ต้องพยายามแค่ไหน ถึงจะเรียกว่าเก่ง?

Imposter Syndrome เป็นภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จมามากน้อยแค่ไหนก็ตาม เคยไหม? ผลงานออกมาดีเกินคาด ส่วนผลลัพธ์ก็ออกมาดีจนมีแต่คนชื่นชม แต่ตัวเรากลับไม่ได้รู้สึก
60

Work Life Balance เมื่อชีวิตที่ดีไม่ได้มีแค่งานที่รุ่ง

สิ่งที่คนวัยทำงานพูดถึงกันบ่อยที่สุดในช่วงไม่กี่ปีให้หลังมานี้ คงไม่พ้นเรื่องของ Work Life Balance อย่างแน่นอน ด้วยพฤติกรรมการทำงาน การเข้าร่วมสังคม และความกล้าตั้งคำถามของคนรุ่นใหม่ ทำให้หลาย ๆ คนเริ
44
th