1. หน้าหลัก
  2. อัปเดตการตลาด
  3. การทำ Redirect คืออะไร? คนทำ SEO ต้องรู้ไว้ถ้าไม่อยากให้อันดับตก!
เผยแพร่เมื่อ: มีนาคม 23, 2023 | แก้ไขเมื่อ: ตุลาคม 30, 2023

การทำ Redirect คืออะไร? คนทำ SEO ต้องรู้ไว้ถ้าไม่อยากให้อันดับตก!

Table Of Contents

รู้ก่อนไม่เสี่ยง! สำหรับเว็บไซต์ที่ต้องการจะเปลี่ยนชื่อ URL Page ใหม่ หรือเปลี่ยนภาษาใน URL แต่หารู้ไม่ว่าการทำแบบนั้นทำให้เว็บไซต์เกิด Error 404 Page Not Found หรือลิ้งก์เสียได้ เพราะว่าการเปลี่ยนชื่อ URL นั้นจะทำให้เนื้อหาของ URL เดิมถูกลบออก ส่งผลให้อันดับ SEO ที่คาดว่าจะสูงขึ้นกลับต่ำลง 

ดังนั้นจึงมีเทคนิคหนึ่งที่เอเจนซี่รับทำ SEO นิยมนำเข้ามาช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างการทำ Redirect ตัวช่วยที่ทำให้ Google เชื่อว่า URL ที่เปลี่ยนไปนั้นมีเคยมีตัวตนมาก่อน อีกทั้งยังทำให้ลูกค้าเก่ายังอยู่ และสามารถนำทางลูกค้าของเรามายังเว็บไซต์ใหม่ได้อย่างถูกต้อง ทำความรู้จักการทำ Redirect ให้มากขึ้นดังนี้

Redirect คืออะไร ? 

Redirect คือการเปลี่ยนเส้นทางของ URL จาก URL เก่าไปยัง URL ใหม่โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากเจ้าของเว็บไซต์ต้องการเปลี่ยนโดเมนใหม่ หรือแก้ไข URL ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนภาษาของ URL รวมถึงไปถึงการลบบนหน้าเว็บไซต์ ซึ่งทำให้เกิด Error 404 Page Not Found หรือลิงก์เสีย ซึ่งหากเว็บไซต์มีลิ้งก์เสียจำนวนมาก ก็จะทำให้ Google มองว่าเนื้อหาบนเว็บไซต์ไม่มีคุณภาพ ส่งผลต่ออันดับบนหน้าการค้นหาของ Google การทำ Redirect จะช่วยทำให้ Google เชื่อว่า URL ที่ทำขึ้นมาใหม่นี้เคยมีตัวตนมาก่อนส่งผลให้อันดับบน Google ของเราอยู่อันดับเดิม ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ รวมถึงยังนำทางผู้ที่เคยเข้า  URL เก่าไปยัง URL ใหม่ ได้อย่างถูกต้อง 

ความสำคัญของ Redirect ส่งผลชัดเจนต่อการทำ SEO 

การทำ Redirect ส่งผลชัดเจนต่อการทำ SEO และมีผลต่ออันดับของ SEO ดังนี้ 

  • สามารถนำทางผู้ใช้งานไปยังเว็บไซต์ใหม่ได้อย่างถูกต้อง 
  • อันดับ SEO คงเดิม เพราะการทำ Redirect จะทำให้กูเกิ้ลเชื่อว่า URL ใหม่ นั้นเป็นเว็บไซต์ที่มีอยู่แล้ว ทำให้อันดับของ SEO ไม่เปลี่ยนแปลงไป 
  • ลดการเกิด Error 404 Page Not Found หรือลิงก์เสีย ทำให้ผู้ใช้งานเกิดประสบการณ์ที่ดีต่อเว็บไซต์ส่งผลต่ออันดับของ SEO บนหน้าของค้นหา 
  • จำนวนคนเข้าใช้งานเว็บไซต์เท่าเดิม เพราะ Redirect จะนำ Users เข้ามายังหน้าใหม่ที่ต้องการได้
what-is-redirect-1

นักการตลาดต้องรู้ว่าควรทำ Redirect เมื่อไหร่ 

หลังจากที่ทราบความสำคัญของการทำ Redirect สิ่งหนึ่งที่นักการตลาดหรือคนทำเว็บไซต์ควรทราบเลยก็คือเมื่อไหร่ที่ควรทำ Redirect โดยการทำ Redirect สามารถปรับใช้ได้กับหลายสถานการณ์ ดังนี้ 

ต้องการย้าย URL ไปยังหน้าเว็บไซต์ใหม่

โดยมักเกิดขึ้นเมื่อมีการจัดวางโครงสร้างเว็บไซต์ URL ผิดและต้องการเปลี่ยนหรือย้าย URL ใหม่ การทำ Redirect จะช่วยไม่ให้เกิดผลเสียต่ออันดับของ SEO บน Search Engine ที่ติดอยู่แล้ว 

ต้องการเปลี่ยน Domain

สำหรับการ Redirect ไปยังหน้าโดเมนใหม่ที่ต้องการ ไม่ใช่แค่เพียงเปลี่ยนชื่อโดเมนจากหน้าโฮมเพจเท่านั้น  แต่ต้องเปลี่ยนชื่อ URL บนเว็บไซต์ทั้งหมดไปยังชื่อโดเมนใหม่ด้วย 

ทำ Index ผิดหน้า

สามารถแก้ปัญหาได้โดยการสร้างหน้าใหม่ที่มีเนื้อหาเดิม โดยทำการ Redirect ไปยังเนื้อหาที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ 

ต้องการแก้ไขหน้าเว็บ Error

หน้าเว็บ Error เกิดจากการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไข URL โดยเมื่อผู้ใช้คลิกที่ URL เดิมจะไม่พบข้อมูล เพราะ URL ได้เปลี่ยนไปแล้ว การที่มี Error 404 Not Found จำนวนมากจะส่งผลต่อประสบการณ์ผู้ใช้ จนทำให้ Users เปลี่ยนไปเข้าเว็บไซต์อื่น ๆ แทน จนทำให้ Google มองว่าเนื้อหาของเว็บไซต์ไม่มีคุณภาพ ดังนั้น การทำ Redirect ช่วยนำทาง Users ไปยัง URL ใหม่ เพื่อช่วยลดปัญหาหน้าเว็บ Error ที่เกิดขึ้นได้ 

การเปลี่ยนหมวดหมู่ของ Subdirectory 

สำหรับการเปลี่ยนหมวดหมู่ของ Subdirectory ใหม่ โดยที่เนื้อหาภายในเว็บไซตฺ์ยังเหมือนเดิม ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ Users ถูกเปลี่ยนแปลงตามหมวดหมู่ของ  Subdirectory ที่เปลี่ยนไปจึงทำให้ลิงก์ไม่สามารถใช้งานได้ การ Redirect จะช่วยนำไปยัง URL ที่ถูกต้อง  

รู้จักประเภทของ Redirect สถานะต่างกัน ใช้งานต่างกัน 

สำหรับเทคนิคการทำ Redirect  สามารถแบ่งออกได้ 4 ประเภทซึ่งมีความแตกต่างในเรื่องของการใช้ง่าย ดังนี้ 

301 Redirect

สำหรับ 301 Redirect เป็นการ Redirect ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยมีลักษณะเป็นการย้าย URL เก่าไปยัง URL ใหม่อย่างถาวร เมื่อ Users เข้าไปยัง URL เก่า Google ก็จะนำทาง Users มายัง URL ใหม่หรือพามายังหน้าเว็บไซต์ใหม่ทันที โดยที่ย้ายคะแนน SEO และ Backlink Authority มายังหน้าเว็บไซต์ใหม่ด้วยเช่นกัน ดังนี้จังไม่ส่งผลต่ออันดับ SEO ที่อยู่บน Search Engine 

302 Redirect 

สำหรับ 302 Redirect มีลักษณะคล้ายแบบ 301 Redirect แต่แตกต่างกันตรงที่ 302 Redirect เป็นการย้าย URL แบบชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้เรายังคงสามารถกลับไปใช้งาน URL เก่าได้เหมือนเดิมอีกครั้ง โดยมักจะถูกใช้งานเมื่อต้องทำ A/B Test URL เพื่อทดสอบความสามารถในการเพิ่ม Conversion และทดสอบการใช้งานของ User เท่านั้น 

307 Redirect 

สำหรับ 307 Redirect เป็นเทคนิคที่นำมาใช้งานเหมือนกับ 302 Redirect รวมถึงเป็นการย้ายแบบชั่วคราวเหมือนกัน แตกต่างกันเพียง 307 Redirect เป็นการย้ายเฉพาะ http เท่านั้น

308 Redirect 

สำหรับ 308 Redirect สามารถนำมาใช้งานเหมือนกับ 301 Redirect ทุกประการโดยสามารถใช้แทนกันได้ 

what-is-redirect-2

รู้ก่อนสาย ข้อควรระวังในการทำ Redirect 

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหรือระวังก่อนทำ Redirect ซึ่งหากทำผิดไปอาจส่งผลต่ออันดับของ SEO ได้ โดยมีสิ่งที่ควรระวัง ดังนี้ 

ไม่ควรทำ Redirect Chain และ Loop

วิธีการนี้คือการทำ Redirect จากหน้า 1 ไปหน้า 2 และจากหน้า 2 ไปยังหน้า 3 อีกครั้ง หรืออีกกรณีหนึ่งคือการย้ายจากหน้า ก ไปหน้า ค แล้วดันย้ายกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้งทำให้เกิด Redirect Chain and Loop ขึ้น ซึ่งหากเว็บไซต์ใดเกิดวงจรในลักษณะนี้ อาจทำให้ Google ลดคะแนนเว็บไซต์ของเราลงมา และส่งผลต่อการจัดอันดับบนหน้า  Search Engine  ได้ 

อย่าลืม Redirect ส่วน Internal Linking ด้วย 

ในส่วนนี้โดยส่วนใหญ่หลายคนมักจะลืม เพราะหากไม่ได้ทำการย้ายส่วนของ Internal Linking นั้นอาจทำให้ Search Engine สับสนและมีปัญหาในขณะที่เสิร์ช

เนื้อหาต้องคล้ายเดิม 

การทำ Redirect สิ่งสำคัญของเนื้อหาของเว็บไซต์ใหม่ ต้องมีเนื้อหาเหมือนหรือคล้ายกับเว็บไซต์เดิม เพราะหากว่าเนื้อหามีความต่างกันจะทำให้ Google มองว่า URL ใหม่ ไม่เกี่ยวข้องคีย์เวิร์ดเดิมทำให้อันดับของ SEO ตกลง 

บทสรุปของการ Redirect ที่ส่งผลชัดเจนต่อประสบการณ์ผู้ใช้ 

ข้อคำนึงของการเปลี่ยน URL ใหม่ เปลี่ยนชื่อโดเมน คือทำให้ Users ไม่สามารถหาเว็บไซต์ของคุณเจอ หรือลิงก์เดิมนั้นไม่สามารถพา Users ไปยังหน้าเว็บไซต์ที่ต้องการได้ ทำให้เจ้าของเว็บไซต์ต้องจ่ายค่าเสียโอกาสเป็นจำนวนของคนที่สนใจซื้อสินค้าและบริการของเว็บไซต์ ดังนั้น การทำ Redirect จะช่วยในการแก้ไขปัญาเหล่านี้ และรักษาจำนวน Users เอาไว้ได้เหมือนการรักษาลูกค้าเก่าให้คงอยู่กับเราได้นานขึ้น 

บทความที่เกี่ยวข้อง

"Craft" Content Marketing กลยุทธ์การสร้างคอนเทนต์ให้แตกต่าง

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ในสายอาชีพด้านการตลาด คงจะเคยเห็นคำว่า “Content is King” ผ่านตามาบ้างไม่มากก็น้อย วลีนี้มีความหมายว่าเนื้อหา (Content) มีความสำคัญอย่างมาก จนเปรียบดั่งราชาบนโลกออนไลน์ หาก
80

Imposter Syndrome ต้องพยายามแค่ไหน ถึงจะเรียกว่าเก่ง?

Imposter Syndrome เป็นภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จมามากน้อยแค่ไหนก็ตาม เคยไหม? ผลงานออกมาดีเกินคาด ส่วนผลลัพธ์ก็ออกมาดีจนมีแต่คนชื่นชม แต่ตัวเรากลับไม่ได้รู้สึก
60

Work Life Balance เมื่อชีวิตที่ดีไม่ได้มีแค่งานที่รุ่ง

สิ่งที่คนวัยทำงานพูดถึงกันบ่อยที่สุดในช่วงไม่กี่ปีให้หลังมานี้ คงไม่พ้นเรื่องของ Work Life Balance อย่างแน่นอน ด้วยพฤติกรรมการทำงาน การเข้าร่วมสังคม และความกล้าตั้งคำถามของคนรุ่นใหม่ ทำให้หลาย ๆ คนเริ
44
th