1. หน้าหลัก
  2. อัปเดตการตลาด
  3. MarTech คืออะไร? การตลาดที่ผนวกเทคโนโลยี ทวีคูณผลลัพธ์ให้ธุรกิจ
MarTech คือ
เผยแพร่เมื่อ: ธันวาคม 8, 2023

MarTech คืออะไร? การตลาดที่ผนวกเทคโนโลยี ทวีคูณผลลัพธ์ให้ธุรกิจ

Table Of Contents

MarTech” อาจดูเหมือนเป็นสิ่งที่ไกลตัวหรือไม่คุ้นเคยสำหรับใครหลาย ๆ คน เพราะคำนี้ไม่ได้ถูกใช้อย่างแพร่หลายมากนัก แต่คุณเชื่อไหมว่า MarTech นั้นใกล้ตัวคุณมากกว่าที่คิด เผลอ ๆ คุณอาจจะใช้งาน MarTech เป็นประจำทุกวันโดยที่ไม่รู้ตัวเลยก็เป็นได้ โดยเฉพาะผู้ที่โลดแล่นอยู่ในโลกของการทำการตลาดออนไลน์เป็นประจำทุกวัน

ซึ่งในครั้งนี้ ANGA (ดิจิตอลเอเจนซี่ด้านการตลาดครบวงจร) จะพาคุณมาเจาะลึกและทำความเข้าใจว่า MarTech คืออะไร? การตลาด MarTech มีประโยชน์ในด้านใดบ้าง? และสามารถแบ่งออกได้เป็นกี่ประเภท? บอกได้เลยว่าหลังจากที่คุณอ่านบทความนี้จบแล้ว คุณจะเข้าใจเรื่อง MarTech อย่างแจ่มแจ้งแน่นอน!

MarTech คือ เครื่องมือ โปรแกรม หรือซอฟต์แวร์ที่เหล่านักการตลาดนำมาใช้งาน เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพด้านการทำการตลาดให้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงการสร้างผลลัพธ์ที่ทรงคุณค่าให้แก่ธุรกิจด้วย ซึ่งเราอาจจะเรียก MarTech ว่าเป็น “เทคโนโลยีทางการตลาด” หรือ “การตลาดรูปแบบใหม่ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี” ก็ได้เช่นกัน

MarTech ประกอบไปด้วยเครื่องมือมากมาย และมีประโยชน์ต่อการทำการตลาดในทุก ๆ ขั้นตอน ตั้งแต่การ Research, การวิเคราะห์, การจัดเก็บและจัดการข้อมูล, การสร้างคอนเทนต์, การสรุปผล, การนำเสนอ, การปิดการขาย และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งนอกจากประโยชน์ด้านการตลาดแล้ว MarTech ยังถูกนำมาใช้งานการทำงานเพื่อสร้างการเติบโตให้แก่ธุรกิจด้วย

MarTech คืออะไร
  • ช่วยเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่มีปริมาณมหาศาลให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และทำให้คุณเรียกใช้งานได้ง่าย ๆ 
  • ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก พร้อมสรุปผล และแนะนำวิธีการดำเนินงานในขั้นตอนต่อไปอย่างละเอียด
  • รู้ทันพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย และนำข้อมูลไปปรับปรุงด้านต่าง ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ยิ่งขึ้นให้แก่กลุ่มเป้าหมาย
  • ทำให้ธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคหรือกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำขึ้น
  • ช่วยสร้างชื่อเสียงและสร้างการรับรู้แบรนด์ได้เป็นอย่างดี ภายในระยะเวลาไม่นาน
  • สามารถโต้ตอบและสื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรงแบบ Real Time
  • ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน และช่วยประหยัดเวลาในการเก็บข้อมูลด้วยตนเองได้มาก
  • ทำให้นักการตลาดสามารถวางแผนงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
  • ใช้ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์รูปแบบต่าง ๆ เช่น รูปภาพ วิดีโอ เว็บบล็อก ฯลฯ

เราก็ได้รู้กันไปแล้วว่า MarTech คืออะไรและมีประโยชน์อย่างไรบ้าง ต่อมาเรามาดูกันว่า MarTech มีกี่ประเภทกันต่อได้เลย! แต่เราขออธิบายก่อนว่าโลกของ Marketing Technology นั้นกว้างมาก จึงมีการแบ่งหมวดหมู่ออกไปมากมายตามเงื่อนไขต่าง ๆ อาทิ รูปแบบการใช้งาน เงื่อนไขการตลาด จุดประสงค์ในการใช้งาน ฯลฯ 

หากจะให้เอ่ยถึงทุกประเภทคงเป็นเรื่องยาก ดังนั้น เราจะคัดมาแนะนำคุณเฉพาะประเภทหลัก ๆ ที่สำคัญก่อน โดยจะมีอยู่ 6 ประเภทคือ Advertising & Promotion, Data & Analytics, Content & Experience, Social & Relationships, Commerce & Sales และ Collaboration & Management พร้อมทั้งยกตัวอย่างว่าเครื่องมือ MarTech ในแต่ละประเภทนั้นมีอะไรบ้าง และเรามั่นใจว่าคุณต้องเคยผ่านการใช้งานเครื่องมือ MarTech มาอย่างน้อย 3 เครื่องมือเป็นแน่!

1. Advertising & Promotion

MarTech Google Ads

Advertising & Promotion คือ MarTech ที่ใช้สำหรับการทำโฆษณาและโปรโมชัน ซึ่งจะมีการเสียค่าใช้จ่ายในการทำแคมเปญ เพื่อส่งสารจากแบรนด์ไปยังกลุ่มเป้าหมายอย่างตรงจุด อาทิ การสร้างการรับรู้ การสร้างความน่าเชื่อถือ หรือการกระตุ้นยอดขาย เป็นต้น  โดย MarTech ประเภทนี้ จะอยู่ในรูปแบบของ รูปภาพ, ข้อความ, วิดีโอ หรือแบนเนอร์ก็ได้ ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มที่ซื้อโฆษณา

ตัวอย่างของ MarTech ประเภท Advertising & Promotion

2. Data & Analytics

MarTech Google Analytics

ทำการตลาดทั้งที จะพลาดเรื่อง Data ไปได้อย่างไร? MarTech ประเภท Data & Analytics จะเกี่ยวข้องกับการจัดการ วิเคราะห์ นำเสนอ และใช้งานข้อมูล เพื่อให้นักการตลาดนำข้อมูลไปวางแผนการทำงานได้อย่างแม่นยำ และมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น

ตัวอย่างของ MarTech ประเภท Data & Analytics 

  • Google Analytics : เครื่องมือวิเคราะห์และเก็บข้อมูลของเว็บไซต์
  • Google Search Console : เครื่องมือตรวจสอบคุณภาพเว็บไซต์
  • Google Tag Manager : เครื่องมือจัดการ Tags ต่าง ๆ บนเว็บไซต์
  • Facebook Insight : เครื่องมือเก็บข้อมูลหลังบ้านของเพจเฟซบุ๊ก
  • Looker Studio : เครื่องมือที่ใช้ในการดึงข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ มาไว้ด้วยกัน
  • SimilarWeb : เครื่องมือตรวจข้อมูลและประสิทธิภาพของเว็บไซต์เราและคู่แข่งในเชิงลึก
  • Ahrefs : เครื่องมือวิเคราะห์เว็บไซต์ สำหรับการทำ SEO (Search Engine Optimization)
  • Tableau : เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ธุรกิจและแสดงผลในรูปแบบของ Dashboard

3. Content & Experience

MarTech WordPress
ขอบคุณภาพจาก WordPress

Content & Experience เป็น MarTech ที่เกี่ยวข้องกับคอนเทนต์ทุกรูปแบบ เช่น การสร้างคอนเทนต์ การเผยแพร่เนื้อหา การหาไอเดียทำคอนเทนต์ และการสร้างประสบการณ์อันดีบนโลกออนไลน์ ให้แก่กลุ่มเป้าหมายของคุณ

ตัวอย่างของ MarTech ประเภท Content & Experience

  • WordPress : โปรแกรมสำเร็จรูปที่ใช้ในการสร้างและจัดการเนื้อหาบนเว็บไซต์
  • WIx : เครื่องมือการสร้างเว็บไซต์อย่างอิสระ
  • Canva : เครื่องมือที่ใช้ในการออกแบบกราฟิก
  • Adobe Photoshop : โปรแกรมสำหรับแก้ไขและตกแต่งรูปภาพ
  • Adobe Illustrator : โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบกราฟิก
  • Ubersuggest : เครื่องมือที่ใช้ในการทำ Keyword Research หาคีย์เวิร์ดมาทำคอนเทนต์

4. Social & Relationships

MarTech Social Media Platform
ขอบคุณภาพจาก Aniview

Social & Relationships คือ MarTech ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความสัมพันธ์ในระหว่างบุคคล และระหว่างแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมาย โดยการสื่อสารโต้ตอบ, การรวบรวมข้อมูลลูกค้า, การสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า หรือการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า เป็นต้น

ตัวอย่างของ MarTech ประเภท Social & Relationships

  • Social Media Platform : Facebook, Twitter, Instagram, TikTok
  • Live Chat : LINE, Facebook Messenger, WhatsApp, Instagram Direct
  • Social Listening : เครื่องมือที่ใช้ฟังเสียงของลูกค้า อย่าง Hootsuite หรือ Zocial Eye
  • CRM : เครื่องมือบริการความสัมพันธ์กับลูกค้า อย่าง HubSpot

5. Commerce & Sales

MarTech WooCommerce
ขอบคุณภาพจาก WordPress

Commerce & Sales จะเป็น MarTech ที่เกี่ยวข้องกับการขายบนโลกออนไลน์และการดูแลจัดการสินค้า อย่างระบบ e-Commerce หรือระบบ Chat Commerce ต่าง ๆ 

ตัวอย่างของ MarTech ประเภท Commerce & Sales

  • WooCommerce : ปลั๊กอินของ WordPress ที่จะเปลี่ยนเว็บไซต์ธรรมดา ๆ ให้เป็นเว็บไซต์สำหรับขายของออนไลน์
  • TikTok Shop : ร้านขายของออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม TikTok
  • LINE My Shop : ระบบจัดการร้านค้าของ LINE
  • 2C2P : ระบบการชำระเงินบนโลกออนไลน์
  • Ketshopweb : ผู้ให้บริการเว็บขายของออนไลน์แบบสำเร็จรูป
  • MakeWebEasy : ผู้ให้บริการเว็บขายของออนไลน์แบบสำเร็จรูป

6. Collaboration & Management

MarTech ClickUp

MarTech ประเภทสุดท้าย คือ Collaboration & Management หรือเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารจัดการงานภายในองค์กร เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยที่ทุกคนในองค์กรสามารถทำงานร่วมกันผ่านเครื่องมือนี้ได้

ตัวอย่างของ MarTech ประเภท Collaboration & Management 

  • ClickUp
  • Slack
  • Asana
  • Process Street
  • Workday

จบไปแล้วกับบทความ “MarTech คืออะไร? การตลาดที่ผนวกเทคโนโลยี ทวีคูณผลลัพธ์ให้ธุรกิจ” บางคนอาจจะพบว่าเครื่องมือ MarTech หลาย ๆ ตัวเป็นเครื่องมือที่คุณคุ้นเคยและใช้งานเป็นประจำอยู่แล้ว ลองคิดดูว่าถ้าขาดเครื่องมือเหล่านี้ไป คุณจะสามารถทำการตลาดให้มีประสิทธิภาพอย่างทุกวันนี้ได้หรือไม่? แน่นอนว่าคงจะเป็นเรื่องที่ลำบากมากแน่ ๆ ด้วยเหตุนี้ MarTech จึงเป็นนวัตกรรมที่คุณควรทำความเข้าใจ และศึกษาอย่างละเอียด เพื่อให้การทำงานของคุณเป็นเรื่องที่ง่ายและมีคุณภาพมากกว่าเดิม

อย่างไรก็ตามความรู้เรื่อง MarTech สำหรับเอเจนซี่นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะเอเจนซี่มีหน้าที่ในการสร้างผลลัพธ์ทางการตลาดให้แก่ลูกค้า ซึ่งเอเจนซี่ควรทำความเข้าใจเรื่องเทคโนโลยีทางการตลาดต่าง ๆ ให้ถ่องแท้ เพื่อนำมาใช้ส่งเสริมให้ผลลัพธ์ดีขึ้น ทำงานเร็วขึ้น แต่ยังคงประสิทธิภาพสูงสุดเอาไว้ เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่อาจมีทรัพยากรทางบุคคลด้านการตลาดที่เข้าถึงเครื่องมือเหล่านี้ได้ยังไม่เพียงพอ

นอกจากนี้ เอเจนซี่ที่ใช้ MarTech ได้อย่างเชี่ยวชาญจะทราบว่าดีกว่ามันช่วยให้เราวิเคราะห์ดาต้าได้ละเอียดขึ้น หา Insight ได้ลึกกว่าเดิม และการ Research ใหม่ ๆ ก็เข้ามาช่วยให้เราตัดสินใจเรื่องของ “ทิศทางการตลาด” สำหรับแบรนด์และธุรกิจของลูกค้าได้เป็นอย่างดีด้วย ซึ่งถ้าเราแบ่งออกไปตามประเภทของเอเจนซี่อีก เราก็จะพบได้ว่าเอเจนซี่แต่ละประเภทมีการเรียนรู้และใช้งาน MarTech แตกต่างกัน เพราะเครื่องมือ MarTech มีเยอะมาก ๆ และมีให้ใช้งานตั้งแต่แบบฟรีไปจนถึงตัวที่มีราคาใช้งานสูง ๆ เลยทีเดียว

บทความที่เกี่ยวข้อง

"Craft" Content Marketing กลยุทธ์การสร้างคอนเทนต์ให้แตกต่าง

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ในสายอาชีพด้านการตลาด คงจะเคยเห็นคำว่า “Content is King” ผ่านตามาบ้างไม่มากก็น้อย วลีนี้มีความหมายว่าเนื้อหา (Content) มีความสำคัญอย่างมาก จนเปรียบดั่งราชาบนโลกออนไลน์ หาก
80

Imposter Syndrome ต้องพยายามแค่ไหน ถึงจะเรียกว่าเก่ง?

Imposter Syndrome เป็นภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จมามากน้อยแค่ไหนก็ตาม เคยไหม? ผลงานออกมาดีเกินคาด ส่วนผลลัพธ์ก็ออกมาดีจนมีแต่คนชื่นชม แต่ตัวเรากลับไม่ได้รู้สึก
60

Work Life Balance เมื่อชีวิตที่ดีไม่ได้มีแค่งานที่รุ่ง

สิ่งที่คนวัยทำงานพูดถึงกันบ่อยที่สุดในช่วงไม่กี่ปีให้หลังมานี้ คงไม่พ้นเรื่องของ Work Life Balance อย่างแน่นอน ด้วยพฤติกรรมการทำงาน การเข้าร่วมสังคม และความกล้าตั้งคำถามของคนรุ่นใหม่ ทำให้หลาย ๆ คนเริ
44
th