1. หน้าหลัก
  2. อัปเดตการตลาด
  3. Quality Score คืออะไร? ตัวชี้วัดสำคัญของคุณภาพโฆษณา Google Ads
Quality score คือ
เผยแพร่เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2023

Quality Score คืออะไร? ตัวชี้วัดสำคัญของคุณภาพโฆษณา Google Ads

Table Of Contents

ไม่ว่าจะเป็นการทำอันดับบนเครื่องมือการค้นหาด้วย SEO หรือ Google Ads สิ่งหนึ่งที่คุณไม่ควรพลาดคือการเลือกใช้ Keyword ที่มีความสอดคล้องกับเนื้อหาภายในเว็บไซต์ เพราะการทำเช่นนี้เป็นผลดีต่อ Ad Rank และ Quality Score รวมทั้งส่งผลที่ดีต่อประสิทธิภาพของผลลัพธ์ จากการทำ SEO และยิงโฆษณา Google Ads ด้วยนั่นเอง

สำหรับใครที่เคยจับ Google Ads (เครื่องมือการทำโฆษณาบนเครือข่ายของ Google) คงจะพบคอลั่มน์ที่ชื่อว่า “Quality Score” พร้อมคะแนนระบุ 1-10 ผ่านตามาบ้างแล้ว แต่อาจจะยังไม่รู้ว่า Quality Score คืออะไร ทำอะไรได้บ้าง และส่งผลกระทบต่อการทำโฆษณา Google Ads อย่างไร ด้วยเหตุนี้ ทาง ANGA (แองก้า) จึงจะมาคลายข้อสงสัยในเรื่องนี้ให้ทราบกัน!

Quality Score คือ คะแนนคุณภาพที่ถูกใช้ในการวัดความสอดคล้องของ Keyword กับเนื้อหาบนเว็บไซต์ หรือแคมเปญโฆษณา เพื่อให้คุณทราบว่า Keyword ดังกล่าว มีคุณภาพแค่ไหน เหมาะกับการยิงแอดไหม และตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานหรือไม่ ซึ่งจะแสดงเป็นคะแนนตั้งแต่ 1-10 โดยคะแนน 9- 10 นับเป็นคะแนนคุณภาพที่ดีที่สุด

Quality Score Range
ขอบคุณภาพจาก Adevolver

ยิงโฆษณา Google Ads ทั้งที โฆษณาของเราจะต้องไปอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด! แน่นอนว่า Google Ads มีผลต่ออันดับโฆษณาที่ปรากฏบนหน้าการค้นหาในฝั่งของผู้ใช้งาน โดยจะทำให้โฆษณาของคุณไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น หรืออันดับ 1 นั่นเอง ไม่เพียงแค่นั้น ยังทำให้โฆษณาแสดงบ่อยขึ้นกว่าเดิม และยังทำให้ค่าคลิกถูกลงได้อีกด้วย

ANGA Ad Rank

Ad Rank คือ ตำแหน่งหรืออันดับของโฆษณาที่อยู่บนหน้าการค้นหา (SERP : Search Engine Result Pages) ซึ่งการที่จะได้อันดับ 1 ดังภาพประกอบข้างต้นนั้น Google จะคำนวณคะแนนจาก Quality Score x Maximum Bid (ราคาเสนอสูงสุด)

ปัจจัยที่ส่งผลต่อ Quality Score คืออะไรบ้าง? โดยหลัก ๆ แล้ว จะมีอยู่ 3 ปัจจัยหลัก คือ CTR (Click Through Rate), Ad Relevance และ LPE (Landing Page Experience) หากคุณทำ 3 ปัจจัยนี้ได้ดี Quality Score ก็สูงขึ้น และจะทำให้โฆษณาของคุณมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งส่งผลลัพธ์ในทางที่ดีต่อธุรกิจของคุณต่อไป โดยเฉพาะผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) อันคุ้มค่า

Quality Score
ขอบคุณภาพจาก Instapage

CTR (Click Through Rate)

Click Through Rate คือ ค่าสัดส่วนของคนที่เห็นโฆษณา (Impression) และคลิกไปที่โฆษณา (Click) โดย CTR จะเป็นตัวชี้วัดว่าโฆษณาของคุณมีประสิทธิภาพดีแค่ไหน และมีความน่าสนใจสำหรับผู้ใช้งานมากน้อยเพียงใด เช่น คุณมีการยิงโฆษณาออกไป แล้วโฆษณามีการแสดงผล 100 ครั้ง ภายใน 100 ครั้งนั้น มีคนกดเข้าไปที่โฆษณาของคุณ 40 ครั้ง แปลว่า CTR จะอยู่ที่ 40% นั่นเอง

สิ่งที่คุณควรทำในส่วนนี้ คือ การเขียนคำโฆษณาให้น่าสนใจ, ใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้องลงไป, ใช้ Negative Keyword ในการเอา Keyword ที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป และใช้ Ad Extensions เพื่อให้โฆษณาของคุณมีความโดดเด่นยิ่งกว่าเดิม หาก CTR ดี นั่นแปลว่า Quality Score ก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

Ad Relevance

Ad Relevance หรือ ความสอดคล้องระหว่างคำโฆษณาและ Keyword หมายความว่าหากคุณมีการใช้ Keyword ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เกี่ยวข้องกับเนื้อหาบนเว็บไซต์ หรือพวก Exact Keyword จะช่วยให้คะแนน Quality Score เพิ่มขึ้นได้ ซึ่งเราแนะนำให้ใส่ Keyword ที่ว่านี้ลงใน Headline ของคำโฆษณาที่คุณจะส่งออกไป

LPE (Landing Page Experience)

Landing Page Experience หรือประสบการณ์ในการใช้งานหน้าเว็บไซต์ ซึ่งคุณจะต้องจัดการให้เนื้อหาและรูปภาพที่อยู่ภายในหน้า Landing Page มีความเกี่ยวข้องกับ Keyword ที่คุณประมูลมาซื้อโฆษณา เช่น คุณซื้อ Keyword คำว่า “รับทำ SEO” ภายในหน้านั้นจะต้องมีเนื้อหาเกี่ยวกับบริการรับทำ SEO อย่างครบถ้วน

แต่ถ้า Keyword และเนื้อหาภายใน Landing Page ไม่เกี่ยวข้องกัน เช่น คุณซื้อ Keyword คำว่า “อะไหล่รถยนต์” แต่พอกดเข้าไปแล้วมีแต่เนื้อหาเรื่อง “ประกันรถยนต์” หรือ เรื่องอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง ตรงนี้จะทำให้ Quality Score ตกลง เนื่องจากทำให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดีกลับไป (ไม่เห็นสิ่งที่ทำให้กดคลิกเข้ามา หรือเนื้อหาไม่ตรงปกกับคำโฆษณา) ซึ่งจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี หากคุณฝืนทำแคมเปญต่อไป

อย่างที่เราเห็นว่าปัจจัยใหญ่ในการเพิ่มคะแนน Quality Score คือ 1. การเขียนคำโฆษณาที่สนใจ เพื่อให้เกิดการคลิกเพิ่มขึ้น และทำให้ CTR สูง ๆ , 2. Ad Relevance การใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ลงไปใน Headline ของคำโฆษณา และ 3. การทำให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดีกลับไป โดยการทำโฆษณาให้มีเนื้อหาเหมือนกับหน้า Landing Page

ซึ่งนอกจากการปรับปรุงตาม 3 ปัจจัยใหญ่ข้างต้นแล้ว แองก้ายังปัจจัยรองหรือวิธีอื่น ๆ ในการเพิ่ม Quality Score มาฝากคุณด้วยเช่นกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • เนื้อหาบนเว็บไซต์จะต้องมี Keyword ที่คุณนำมายิงโฆษณา Google Ads หรือคำโฆษณาด้วย
  • คุณจำเป็นต้องใส่เนื้อหาบนเว็บไซต์ในรูปแบบของข้อความเป็นหลัก ไม่ใช่รูปภาพ เนื่องจาก Google จะไม่อ่านข้อความที่อยู่บนรูปภาพ
  • การทำ Keyword Research ค้นหา Keyword ใหม่ ๆ ที่เจาะจงไปที่กลุ่มเป้าหมายมากขึ้น อย่าง Long Tail Keywords เพื่อเพิ่มยอดคลิกและยอดขาย
  • แนะนำให้ใช้ Landing Page ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริการหรือสินค้าที่คุณนำมายิงแอดโดยตรง เช่น Keyword คำว่า “โฆษณา Facebook Ads” ก็ให้ไปที่หน้า Facebook Ads ไม่ใช่หน้า Landing Page “บริการรับทำการตลาดออนไลน์” เป็นต้น
  • ปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพ ตรงตามเกณฑ์ที่ทาง Google กำหนด เช่น ความเร็วของเว็บไซต์ ความเสถียรของเว็บไซต์ ระยะเวลาในการตอบสนองของเว็บไซต์ ฯลฯ
  • ให้ความสำคัญกับการทำ SEO (Search Engine Optimization) ควบคู่กันไปด้วย โดยเน้นไปที่เหล่า Keyword และ Meta Tag
  • การทำ Negative Keyword หรือคัดกรอง Keyword ที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป ซึ่งจะทำให้เราได้ Keyword ที่แม่นยำมากขึ้น เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น และไม่เสียงบประมาณไปกับ Keyword ที่ไร้คุณภาพ
Quality Score คือ
ขอบคุณภาพจาก wildanasrori

Quality Score คือคะแนนที่ใช้วัดคุณภาพของความเกี่ยวข้องระหว่าง Keyword ที่คุณซื้อในการทำโฆษณา และเว็บไซต์หรือแคมเปญ หาก Keyword ที่คุณเลือก ได้คะแนน Quality Score สูงมากเท่าไหร่ แนวโน้มที่โฆษณาของคุณจะถูกแสดงผลในตำแหน่งสูง ๆ ก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น แถมยังส่งผลต่อให้ค่าคลิกลดลง และทำให้คุณได้ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าด้วย

หากคุณพบว่าการทำโฆษณาหรือการยิง Ads นี้เป็นเรื่องยาก ยิงแอดเองแล้วไม่เห็นผลในทางที่ดีขึ้นมากกว่าเดิม เสียค่าโฆษณาและค่าคลิกแพง ๆ ทุกเดือน ลองมาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการทำโฆษณาที่ ANGA ได้เลย! ยินดีให้คำปรึกษาพร้อมคำแนะนำอย่างละเอียด หรือจะจ้างเราทำการตลาดออนไลน์ก็ได้เช่นกัน!

โทรศัพท์ : 080-054-9199

LINE@ : @ANGA

E-mail : business@anga.co.th

ที่อยู่ : สำนักงานบริษัท แองก้า แบงค็อก จำกัด เลขที่ 2 อาคารสีลมเอจ ชั้น 16 ห้อง 1603 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

บทความที่เกี่ยวข้อง

"Craft" Content Marketing กลยุทธ์การสร้างคอนเทนต์ให้แตกต่าง

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ในสายอาชีพด้านการตลาด คงจะเคยเห็นคำว่า “Content is King” ผ่านตามาบ้างไม่มากก็น้อย วลีนี้มีความหมายว่าเนื้อหา (Content) มีความสำคัญอย่างมาก จนเปรียบดั่งราชาบนโลกออนไลน์ หาก
80

Imposter Syndrome ต้องพยายามแค่ไหน ถึงจะเรียกว่าเก่ง?

Imposter Syndrome เป็นภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จมามากน้อยแค่ไหนก็ตาม เคยไหม? ผลงานออกมาดีเกินคาด ส่วนผลลัพธ์ก็ออกมาดีจนมีแต่คนชื่นชม แต่ตัวเรากลับไม่ได้รู้สึก
60

Work Life Balance เมื่อชีวิตที่ดีไม่ได้มีแค่งานที่รุ่ง

สิ่งที่คนวัยทำงานพูดถึงกันบ่อยที่สุดในช่วงไม่กี่ปีให้หลังมานี้ คงไม่พ้นเรื่องของ Work Life Balance อย่างแน่นอน ด้วยพฤติกรรมการทำงาน การเข้าร่วมสังคม และความกล้าตั้งคำถามของคนรุ่นใหม่ ทำให้หลาย ๆ คนเริ
44
th