1. หน้าหลัก
  2. อัปเดตการตลาด
  3. ใครหมดมุกเขียนบล็อกต้องห้ามพลาด! รวมไอเดียในการเขียน Blog พร้อมเทคนิคการเขียนให้ติด SEO
เผยแพร่เมื่อ: มีนาคม 30, 2023

ใครหมดมุกเขียนบล็อกต้องห้ามพลาด! รวมไอเดียในการเขียน Blog พร้อมเทคนิคการเขียนให้ติด SEO

Table Of Contents

สำหรับคนที่ทำงานอยู่ในสายนักเขียน หรือ Content Writer คงจะต้องเคยผ่านการเขียน Blog กันมาบ้างอย่างแน่นอน ซึ่งปัญหาใหญ่สำหรับนักเขียนอย่างเรา ก็คงจะเป็นการหมดมุกหรือหมดไอเดียในการเขียน ทำให้งานที่ส่งออกไปไม่มีคุณภาพเท่าที่ควรจะเป็น และในวันนี้ ANGA จะมาแจกแหล่งหาไอเดียในการเขียนบล็อก รวมถึงแจกเทคนิคการเขียนบล็อกให้ติด SEO มาให้เหล่านักเขียน หรือคนที่อยากทำงานสายนักเขียนได้ทราบกัน จะมีข้อมูลใดที่เป็นประโยชน์กับคุณบ้าง ต้องไปติดตามกันต่อ! แต่ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักกันก่อนดีกว่าว่า การเขียน Blog คืออะไรกันแน่

การเขียน Blog คืออะไร?

การเขียนบล็อก (Blog) คือ การเขียนบทความ ข่าวสาร หรือการเขียนเล่าเรื่องราวของตัวเอง และนำไปเผยแพร่ในส่วนของบล็อกบนเว็บไซต์ ซึ่งจะต้องมีเนื้อหาที่สามารถดึงดูดความสนใจ และให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านได้ โดยในปัจจุบันมีประเภทของการเขียน Blog ที่ถูกจำแนกออกมาอย่างหลากหลาย ดังนี้

  • Personal Blog การเขียนบล็อกเพื่อเล่าเรื่องราวหรือความสนใจส่วนตัว และมีความคิดเห็นส่วนตัวอยู่ในบทความ
  • Group Blog การรวมตัวของกลุ่มคนที่สนใจเรื่องราวเดียวกัน มาอัปเดตข่าวสารหรือสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหนึ่งผ่านมุมของกลุ่มหรือบุคคล
  • Micro-Blogging รูปแบบการสื่อสารเรื่องราวสั้น ๆ ง่าย ๆ และรวดเร็ว เพื่ออัปเดตหรือแบ่งปันข้อมูลที่พบ รวมถึงสามารถโต้ตอบและมีปฏิสัมพันธ์ในประเด็นที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น
  • Corporate Blog รูปแบบการสื่อสารเพื่อนำเสนอข้อมูลทั้งภายในและภายนอกขององค์กร เพื่อทำการตลาดหรือประชาสัมพันธ์องค์กรให้เป็นที่รู้จัก และนำเสนอผ่านเว็บไซต์ขององค์กร หรือ Facebook Page

เขียนบล็อกอะไรดี หาไอเดียในการเขียนบล็อกที่ไหนได้บ้าง?

  • ข่าว เลือกอ่านข่าวด้านที่เกี่ยวข้องกับบล็อกของเรา เพื่อนำข้อมูลมาเป็นไอเดียในการเขียนบล็อก
  • แอบดูจากคู่แข่ง การแอบดูบทความหรือแนวการเขียนจากคู่แข่งที่อยู่ในธุรกิจประเภทเดียวกัน จะทำให้คุณได้แนวทางการเขียน หรือข้อมูลที่สามารถนำมาต่อยอดและพัฒนาการเขียนของคุณได้ แต่ก็อย่าลืมว่า ห้ามคัดลอก หรือก็อปปี้บทความเด็ดขาด เพราะยิ่งหากเป็น Blog ที่อยากทำให้ติดอันดับการค้นหาบน Google ด้วยแล้ว การคัดลอกบทความจะทำให้คอนเทนต์นั้นกลายเป็น Spam และ Google มองว่าบล็อกนี้ไม่มีคุณภาพ ส่งผลเสียต่ออันดับของการทำ SEO 
  • คำถามที่พบบ่อย หากคุณเป็นผู้ถูกถามบ่อย ๆ หรือได้ยิน/เห็นคำถามนั้นซ้ำ ๆ และเกี่ยวข้องกับงานหรือธุรกิจคุณ สามารถรวบรวมคำถามเหล่านั้น และนำมาตอบในบล็อกของคุณได้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้อ่านที่ตั้งคำถามในเรื่องนี้อยู่ให้ความสนใจ และแชร์บทความต่อไปได้
  • สอบถามและพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน ในบางครั้งคุณอาจจะไม่มีเวลาไปหาไอเดียใหม่ ๆ จากที่อื่น แต่ไอเดียใหม่ ๆ นั้นสามารถหาได้จากรอบตัว โดยเฉพาะกับเพื่อนร่วมงานที่ทำงานหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจอย่างแน่นอน ซึ่งคุณอาจจะพูดคุยเพื่อขอหรือแลกเปลี่ยนไอเดียและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ในการเขียนบล็อกต่อไป
  • เขียนบทความที่เป็น Evergreen Content บทความที่มีข้อมูลหรือเนื้อหาเกี่ยวกับธุรกิจของคุณที่น่าสนใจหรือเป็นประโยชน์อยู่ตลอดเวลา เช่น How-to, เทคนิคต่าง ๆ , บทสัมภาษณ์, คำถามที่พบบ่อย เป็นต้น ก็ถือเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่สามารถหยิบมาใช้ในการเขียนบล็อกได้เป็นประจำเมื่อหมดมุก
what-is-seo-blog

เขียนบล็อกให้ดีและน่าอ่านต้องเขียนยังไง

อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ การเขียนบทความให้ดีและน่าอ่าน ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจหลักของการเขียนบทความเลยก็ว่าได้ เพราะแน่นอนว่า เมื่อเราเขียนบล็อกออกมาแล้ว ก็อยากให้มีผู้อ่านคลิกเข้ามาอ่านบทความของเราอย่างแน่นอน และสำหรับวิธีเขียนบล็อกให้น่าอ่าน มีทั้งหมด 5 วิธี ดังนี้

เล่าเรื่องราวให้เป็นภาษาของตัวเอง

การเขียนบทความหรือเล่าเรื่องราวให้เป็นภาษาของตัวเอง จะทำให้บทความที่คุณเขียนมีเอกลักษณ์ และดูเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้หากมีการใช้คำที่ดูเป็นกันเอง ก็จะทำให้ผู้อ่านรู้สึกเข้าถึงง่าย และสามารถดึงดูดให้ผู้อ่านติดตามต่อได้ สำหรับคนที่เขียนบทความที่มีการให้ข้อมูล ก็อาจจะต้องมีการรีเสิร์ชข้อมูลจากเว็บไซต์อื่น ๆ เพื่อนำมาเป็นไกด์ไลน์ในการเขียน การเล่าและเรียบเรียงข้อมูลใหม่ให้เป็นภาษาตัวเองก็จะช่วยให้เนื้อหาไม่เหมือนกับบทความของคู่แข่ง หรือเว็บไซต์ที่ไปหาข้อมูลมาได้

คำนึงถึงประโยชน์ต่อผู้อ่าน

ก่อนที่จะเขียนหรือลงบทความในบล็อก ควรจะมีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเสมอ เพราะเมื่อผู้อ่านค้นหาข้อมูล ก็ต้องการข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ไปใช้อย่างแน่นอน หากเราให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องก็อาจจะสร้างความเข้าใจผิดให้กับผู้อ่าน และทำให้บล็อกของเราดูไม่น่าเชื่อถือได้ ยิ่งถ้าเป็นบทความที่เกี่ยวกับการแพทย์ ยา เงิน หรือการลงทุน ก็ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลอย่างละเอียดเสมอ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบล็อกของเรา

ทำ Headline ที่น่าสนใจ

Headline หรือชื่อเรื่อง เป็นสิ่งที่ผู้อ่านเห็นเป็นอันดับแรก ดังนั้นการตั้งชื่อเรื่องให้มีความน่าสนใจ และดึงดูดจะช่วยให้ผู้อ่านสนใจที่จะคลิกเข้ามาอ่านบล็อกของเราได้ นอกจากนี้ ก็ควรตั้งชื่อเรื่องให้มีความสอดคล้องกับเนื้อหา เพราะหากชื่อเรื่องและเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้อ่านก็อาจจะไม่ให้ความสนใจ และออกจากหน้าบล็อกของเราไปได้

ดีไซน์รูปภาพให้น่าดึงดูด

รูปภาพถือเป็นสื่อที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวให้ผู้อ่านเห็นภาพมากขึ้นได้ นอกจากนี้ หากบล็อกที่เราเขียนเป็นบทความที่มีความยาวตั้งแต่ 1,000 คำขึ้นไป การมีภาพคั่นอยู่ในเนื้อหาก็จะช่วยให้บล็อกของเราดูน่าอ่าน และดูสบายตามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้หากรูปภาพของเราไปปรากฏในหน้า Google Image Search และเป็นรูปภาพที่สวยงาม หรือเป็น Infographic ที่มีเนื้อหาคร่าว ๆ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้อ่านคลิกเข้ามาอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้อีกด้วย

เขียน Introduction ให้น่าสนใจ

การเขียน Introduction หรือการเกริ่นนำที่มีความยาวประมาณ 2-3 บรรทัด และอธิบายภาพรวมของเนื้อหาในบทความอย่างคร่าว ๆ ควบคู่ไปกับการใช้ข้อความเชิญชวนให้ผู้อ่านอยากติดตาม อยากรู้ หรือสนใจ จะช่วยยื้อให้ผู้อ่านสนใจ และอยากติดตามบล็อกของเราต่อไปได้

how-to-write-blog

แจก 6 เทคนิคเขียนบล็อกยังไงให้ติด SEO

ในปัจจุบันการเขียนบล็อกไม่ได้เป็นเพียงการเขียนเพื่อเล่าเรื่องราวของตัวเอง แต่เป็นการเขียนบล็อกเพื่อทำ SEO ที่เหล่าเว็บไซต์ของธุรกิจนิยมทำ ซึ่งการทำ SEO จะช่วยให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับต้น ๆ ในหน้าค้นหาของ Search Engine อย่าง Google และช่วยเพิ่มยอดเข้าชม ยอดการสั่งซื้อสินค้าหรือบริการได้ ซึ่งในช่วงสุดท้ายของบทความนี้ เราจะมาแนะนำเทคนิคการเขียนบล็อกให้ติด SEO ซึ่งเป็นเทคนิคที่เหล่าเอเจนซี่รับทำ SEO มักจะเลือกใช้กัน ดังนี้

เลือกและวิเคราะห์ Keyword

เริ่มต้นด้วยการเลือก Keyword ที่เหมาะสมกับการเขียนบทความ และเกี่ยวข้องหรือสามารถเชื่อมโยงกับสินค้า บริการ หรือเว็บไซต์ได้ ซึ่งมักจะเป็นคำสั้น ๆ และมีการค้นหาบ่อย ๆ โดยใช้เครื่องมือ Google Keyword Planner, Ahrefs หรือ Ubersuggest ในการหาคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมที่สุดได้

ตั้งหัวข้อสำหรับเขียนบทความ

เมื่อได้ Keyword มาแล้ว อันดับต่อไปก็คือการตั้งหัวข้อบทความ โดยจะต้องคิดมาคร่าว ๆ ก่อนว่า อยากจะเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร และเพิ่ม Keyword เข้าไปในหัวข้อนั้น นอกจากนี้ยังควรทำให้หัวข้อมีความน่าสนใจ ผ่านการใช้ตั้งคำถาม ใช้ตัวเลข หรือบอกปัญหา

วางโครงสร้างบทความ

อันดับต่อไปก็จะต้องมาวางโครงสร้างของบทความเพื่อจับประเด็นที่เราจะเขียนในบทความ เพื่อให้สามารถเรียงลำดับความสำคัญของเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น โดยจะต้องสอดคล้องกับหัวข้อที่ตั้งไว้ ซึ่งการวางโครงสร้างบทความที่ชัดเจน จะช่วยให้การเขียนบทความง่ายขึ้น และยังทำให้ผู้อ่านสามารถทำความเข้าใจกับเนื้อหาได้ง่ายขึ้นด้วยเช่นกัน

เขียนบทความให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน

เมื่อวางโครงสร้างเรียบร้อยแล้ว อันดับต่อไปก็ต้องมาเริ่มเขียนบทความ โดยผู้เขียนควรจะเขียนด้วยภาษาของตัวเองและเขียนตามโครงสร้างบทความที่วางเอาไว้ ซึ่งบทความที่ดีควรจะเขียนอย่างน้อย 500-1,000 คำ และควรมี Keyword แทรกอยู่ระหว่างบทความในจำนวนที่เหมาะสม

ใส่ภาพประกอบ

อย่างที่เราได้กล่าวไปข้างต้นว่า รูปคั่นระหว่างบทความจะช่วยให้บทความของเราดูสะอาดตา และดูน่าอ่านมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้หากมีการใส่ Keyword ใน Alt Text ของรูปภาพ ก็จะทำให้รูปของเราไปปรากฏใน Google Image Search ได้อีกด้วย

ตรวจสอบความถูกต้อง

เมื่อเขียนบทความเสร็จเรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องทำก็คือ “การตรวจสอบความถูกต้อง” ของทั้งเนื้อหาและการสะกดคำให้มีความถูกต้อง นอกจากนี้เมื่ออ่านบทความซ้ำอีกรอบก็จะทำให้เราเห็นว่ามีเนื้อหาส่วนใดที่ยังไม่ครบถ้วน หรือมีการใช้คำแปลก ๆ และสามารถแก้ไขก่อนลงบทความได้

และทั้งหมดนี้ก็คือข้อมูลเกี่ยวกับการเขียน Blog ที่เรารวบรวมมา สายนักเขียนคนไหนที่กำลังหมดมุกอยู่ก็สามารถนำวิธีหาไอเดียในการเขียนบทความที่เราแนะนำไปลองปรับใช้ดู นอกจากนี้หากคุณอยากจะผันตัวจากนักเขียนบทความทั่วไป มาเป็นนักเขียนบทความ SEO ก็อย่าลึกศึกษาเทคนิคทั้ง 6 ข้อให้ครบถ้วน รับรองว่าคุณจะเขียนบทความ SEO ได้ดีเลยทีเดียว

บทความที่เกี่ยวข้อง

10 เทรนด์ Content Marketing 2024 ที่นักการตลาดไม่ควรพลาด

Content Marketing คือกลยุทธ์ทางการตลาดที่ใช้ “เนื้อหา” ที่มีอยู่หลากหลายรูปแบบ มาเป็นเครื่องมือในการทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก กระตุ้นยอดขายให้สูงขึ้น สร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า หรืออื่น ๆ
26

Target Audience คืออะไร มีกี่ประเภท มีวิธีหาอย่างไร

ถึงแม้ว่าคุณจะตั้งใจทำการตลาดออนไลน์มากแค่ไหน ทั้งสร้างคอนเทนต์ที่ดี ใส่เนื้อหาครบถ้วน โพสต์ลงในแพลตฟอร์มที่ใช่ พร้อมกับใช้กลยุทธ์ที่ดีที่สุด แต่สิ่งเหล่านี้จะมีประโยชน์อะไร ถ้าขาดสิ่งที่สำคัญที่สุดอย
28

Schema Markup คืออะไร เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ SEO

ถ้าพูดถึงวิธีทำการตลาดออนไลน์อย่างยั่งยืน วิธีแรก ๆ ที่โผล่ขึ้นมาในหัวคงไม่พ้นการทำ SEO (Search Engine Optimization) แน่นอน เพราะ SEO คือการสร้างเนื้อหาด้วยคีย์เวิร์ด (Keyword) และปรับปรุงเว็บไซต์ให้ม
32
th