1. หน้าหลัก
  2. อัปเดตการตลาด
  3. Google Tag Manager (GTM) คืออะไร? เครื่องมือจัดการ Tag ฟรีจาก Google พร้อมขั้นตอนการติดตั้ง
เผยแพร่เมื่อ: มีนาคม 3, 2023 | แก้ไขเมื่อ: มีนาคม 7, 2023

Google Tag Manager (GTM) คืออะไร? เครื่องมือจัดการ Tag ฟรีจาก Google พร้อมขั้นตอนการติดตั้ง

Table Of Contents

Google Tag Manager เป็นที่คุ้นเคยกันดีในหมู่นักการตลาด เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่นิยมใช้ในการรวบรวมข้อมูลหลังบ้านมากมาย ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นล้วนมีความจำเป็นต่อการทำการตลาดดิจิทัล Social Media Marketing และการสร้างกลยุทธ์การตลาดให้ธุรกิจเติบโต แต่เชื่อว่ายังมีนักการตลาดจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่เคยใช้งานหรือยังเคยใช้ Google Tag Manager อยู่ ในบทความนี้จึง ANGA จึงอยากชวนทุกคนมาทำความรู้จัก Google Tag Manager เครื่องมือฟรีมีประสิทธิภาพที่ช่วยเบางานนักการตลาดในธุรกิจดิจิทัลกันให้มากขึ้นพร้อมวิธีการติดตั้ง

Google Tag Manager คืออะไร? มาดูความสามารถของเครื่องมือนี้

GTM หรือ Google Tag Manager คือระบบจัดการบริหาร Tag (TMS: Tag Management System) ที่มีหน้าแดชบอร์ดเอาไว้บริหาร Tag ต่าง ๆ บนเว็บไซต์ให้สามารถเก็บข้อมูลหลังบ้านอย่างเป็นระบบตามหน้าที่ของ Tag ตัวนั้น ซึ่ง Tag มีลักษณะเป็นโค้ดหรือสคริปต์ที่ถูกนำไปติดตั้งบนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน โดยมีหน้าที่ออกคำสั่งไปยังระบบโค้ดดิ้งของเว็บไซต์ให้ติดตาม (Tracking) และรายงานผลลัพธ์ประเภทต่าง ๆ ที่เกิดจากการใช้งานของผู้ที่เข้ามาใช้งานเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ระบบ Google Tag Manager มีประโยชน์ในการช่วยอำนวยความสะดวกให้นักการตลาดหรือผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถนำโค้ดหรือสคริปต์ของ Tag ต่าง ๆ ไปติดตั้งบนเว็บไซต์ได้เอง ซึ่งในเว็บไซต์หนึ่งเว็บไซต์มักจะมี Tag หลายตัว ระบบ Google Tag Manager จะช่วยให้ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถเรียบเรียงและจัดลำดับ Tag ที่มีการติดตามข้อมูลบนเว็บไซต์ได้อย่างเป็นระเบียบ ซึ่งเป็นประโยชน์กับนักการตลาด เพราะสามารถติดตามผลลัพธ์พฤติกรรมต่าง ๆ ของกลุ่มเป้าหมายที่เกิดขึ้นในเว็บไซต์ได้ และสามารถรวบรวมข้อมูลเชิงสถิติ ค่า Metrics ที่จำเป็นต่อการวางแผนการตลาด หรือการพัฒนาระบบต่าง ๆ  ได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น

ตัวอย่าง Tag ที่นิยมใช้จาก Google Tag Manager

Google Analytics Tracking

เป็น Tag ที่ใช้ Tracking ข้อมูลบนเว็บไซต์นานาประเภทตั้งแต่ ปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์ การชมหน้าเพจต่าง ๆ การคลิกปุ่ม การเลื่อนหน้า การดาวน์โหลด ฯลฯ (ขึ้นอยู่กับการตั้งค่า

Google Ads Tracking

เป็น Tag ที่ใช้ Tracking และรายงานผลการคลิกโฆษณาบนเว็บไซต์ ข้อมูลเชิงตัวเลขอื่น ๆ (ขึ้นอยู่กับการตั้งค่า)

Google Tag Manager มีข้อดีอย่างไร ทำไมนักการตลาดหลายคนจึงนิยมใช้

ใช้งานฟรีไม่มีค่าบริการค่าบริการ

นักการตลาดสามารถใช้งาน Google Tag Manager ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและความแม่นยำสูงจาก Google ที่เปิดให้ใช้งานฟรี

ประหยัดเวลาทำงาน

นักการตลาดสามารถจัดการ Tag ทั้งหมดของเว็บไซต์ได้ในแพลตฟอร์มเดียว ไม่ต้องสลับไปใช้เครื่องมือให้วุ่นวาย ช่วยทำให้การติดตามผลการทำงานได้ละเอียดและ เร็วกว่าการทยอยเก็บข้อมูลทีละส่วน และสามารถให้เพื่อนร่วมงานในทีมเข้ามาช่วยจัดการ สร้าง Tag , Trigger และ Variable ที่ต้องการได้

สามารถการติดตั้ง Tag ในเว็บไซต์ได้เองแม้ไม่ถนัดโค้ด 

แม้ Tag จะมีรูปร่างหน้าตาเป็นโค้ดภาษาคอมพิวเตอร์ แต่นักการตลาดสามารถเรียนรู้หน้า Interface ของ Google Tag Manager ได้ด้วยตัวเอง Tag ที่นิยมมาก ๆ บางตัวก็มีลักษณะเป็น Build-in Tag ที่ติดตั้งได้ในไม่กี่คลิก ทำให้นักการตลาดสามารถทำงานด้าน Data Analytics ได้ง่ายขึ้นเร็วขึ้น เพราะสามารถจัดการได้ด้วยตัวเองและไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งกับการทำโค้ดหลังบ้านของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน และสามารถปรึกษากับ Developer ได้หากไม่มั่นใจช่วยรายงานผลลัพธ์ทางการตลาดให้เพื่อนร่วมงานนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

เพื่อนร่วมงานทีมอื่น ๆ สามารถเข้ามาดูผลลัพธ์การทำการตลาดดิจิทัล การทำ Social Media Marketing และ Website Marketing ได้ง่ายมากขึ้น เพียงเช็กผลลัพธ์ในหน้าบนหน้า Dashboard ของตัว Google Tag Manager แล้วสามารถเอาไปปรับใช้กับงานอื่นได้ เช่น งานด้าน AE, Sales และ Media Buyer

เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายชัดเจน

Google Tag Manager สามารถใช้งานควบคู่กับ Google Analytics จะทำให้นักการตลาดสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและวิเคราะห์ Customer Journey ได้ตลอดเวลา ซึ่งนักการตลาดสามารถนำข้อมูลไป Optimize เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ดีได้ต่อไป

ช่วยให้ธุรกิจออนไลน์เติบโตได้

Google Tag Manager เป็นกลไกหนึ่งการทำธุรกิจออนไลน์หรือการตลาดดิจิทัลเติบโตขึ้นได้ ผ่านการใช้เครื่องมือ GTM ที่จะช่วยให้การติดตามพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายและยิงแอด Google Facebook ฯลฯ ไปหาคนกลุ่มนั้นได้

what-is-gtm-1

ขั้นตอนการเริ่มต้นใช้งาน Google Tag Manager และการติดตั้ง

การใช้งาน Google Tag Manager ซึ่งเป็นเครื่องมือจาก Google ทำขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการนำไปใช้ ANGA ยืนยันว่าไม่ได้ยากและไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้ 

เริ่มสร้างบัญชีใน Google Tag Manager 

เข้าไปที่ Google Tag Manager แล้วล็อกอินหรือสร้างบัญชี Google ให้เรียบร้อย แต่ถ้าหากธุรกิจของคุณมีบัญชี G-Suite หรือ Google Workspace อยู่แล้วสามารถเชื่อมต่อกับอีเมลได้นั้นเลย โดยการใช้งาน Google Tag Manager สามารถใช้งานได้ฟรี ไม่เสียค่าบริการ 

หลังจากที่เราล็อกอินเข้าใช้งานแล้ว เราจะเจอหน้าคือ Dashboard ของ GTM เป็นหน้าแรก ให้สังเกตที่ปุ่ม “Create Account” หรือ “สร้างบัญชี” ที่อยู่ในหน้า Dashboard จากนั้นคลิกแล้วกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ให้ครบถ้วนซึ่งมี 4 อย่างอย่างได้แก่

  • ชื่อบัญชี (สามารถใช้ชื่อโปรเจกต์หรือชื่อโดเมนเว็บไซต์ก็ได้)
  • ประเทศ
  • URL เว็บไซต์ (ไม่ต้องใส่ https://)
  • เลือกประเภทแพลตฟอร์ม (เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่ต้องการใส่ Tag)

เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้วกด “Create” หรือ “สร้าง” เพื่อไปสู่หน้าถัดไปจากนั้นให้อ่านข้อตกลงการใช้งานและนโยบาย หรือ Terms of Service Agreement และเมื่อยอมรับข้อตกลงแล้วระบบจะแสดงโค้ดติดตั้งให้คุณเพื่อนำไปติดตั้ง Tag Manager ให้กับเว็บไซต์ในขั้นตอนถัดไป

นำ Google Tag Manager มาติดตั้งบนเว็บไซต์ 

หลังจากสร้างบัญชี Google Tag Manager แล้วจะได้รับโค้ด 2 ชุด ซึ่งการติดตั้ง GTM บนเว็บไซต์มีอยู่ 2 วิธี สามารถใช้วิธีใดก็ได้ 

วิธีที่ 1

คือการนำโค้ดจากขั้นตอนสร้างบัญชีไปไว้หน้า Coding ของเว็บไซต์ ซึ่งตรงนี้จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องโค้ดหรือการทำงานของโค้ดในระบบเว็บไซต์ ซึ่งนักการตลาดต้องขอความช่วยเหลือหรือคำแนะนำจาก Developer ได้ ในการติดตั้งโค้ดทั้ง 2 โค้ด ให้โค้ดชุดแรกฝังอยู่ที่ <head> ของเว็บไซต์ และโค้ดอีกชุดให้ฝังไว้หลัง <body>  

วิธีที่ 2

คือการติดตั้ง Google Tag Manager ผ่าน Plug-in ของ CMS ซึ่งเหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่มีระบบการทำงานหลังบ้านของ WordPress วิธีการติดตั้งคือให้ดาวน์โหลด Plug-in ชื่อ “Google Tag Manager for WordPress” และอย่าลืมเปิดการใช้งานหรือ Activate ตัว Plug-in จากนั้นให้คัดลอกGTM ID (Ex. GTM-AAAAAA) ที่ปรากฏอยู่บนหน้า Google Tag Manager ไปใส่ในช่องว่างชื่อว่า “Google Tag manager ID” ของ Plug-in (Setting > Plug-in > Google Tag Manager for WordPress) เมื่อวาง GTM ID เสร็จเรียบร้อยแล้วกด “Save Changes” เป็นการติดตั้ง GTM ของเว็บไซต์เรียบร้อยแล้ว

บทสรุปเครื่องมือ Google Tag Manager ที่ช่วยบริการจัดการข้อมูลให้ง่ายขึ้น

การทำธุรกิจออนไลน์หรือการตลาดดิจิทัลให้ประสบความสำเร็จ ต้องอาศัยข้อมูลหลายอย่างเพื่อนำมาวิเคราะห์ วางแผนทิศทางของธุรกิจและการตลาด นักการตลาดจึงควรมีการใช้เครื่องมือ Google Tag Manager ในการบริหารจัดการระบบรวบรวมข้อมูลหลังบ้าน เมื่อบริการจัดการข้อมูลได้ดีแล้วนอกเหนือจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับศักยภาพของแต่ละธุรกิจแล้วว่า จะสามารถนำข้อมูลที่ได้มาใช้พัฒนาเว็บไซต์ พัฒนาแผนการตลาดได้ดีแค่ไหน 

บทความที่เกี่ยวข้อง

"Craft" Content Marketing กลยุทธ์การสร้างคอนเทนต์ให้แตกต่าง

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ในสายอาชีพด้านการตลาด คงจะเคยเห็นคำว่า “Content is King” ผ่านตามาบ้างไม่มากก็น้อย วลีนี้มีความหมายว่าเนื้อหา (Content) มีความสำคัญอย่างมาก จนเปรียบดั่งราชาบนโลกออนไลน์ หาก
80

Imposter Syndrome ต้องพยายามแค่ไหน ถึงจะเรียกว่าเก่ง?

Imposter Syndrome เป็นภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จมามากน้อยแค่ไหนก็ตาม เคยไหม? ผลงานออกมาดีเกินคาด ส่วนผลลัพธ์ก็ออกมาดีจนมีแต่คนชื่นชม แต่ตัวเรากลับไม่ได้รู้สึก
60

Work Life Balance เมื่อชีวิตที่ดีไม่ได้มีแค่งานที่รุ่ง

สิ่งที่คนวัยทำงานพูดถึงกันบ่อยที่สุดในช่วงไม่กี่ปีให้หลังมานี้ คงไม่พ้นเรื่องของ Work Life Balance อย่างแน่นอน ด้วยพฤติกรรมการทำงาน การเข้าร่วมสังคม และความกล้าตั้งคำถามของคนรุ่นใหม่ ทำให้หลาย ๆ คนเริ
44
th