สำหรับใครที่มีโอกาสได้เข้าร่วมงาน ANGA CLUBHOUSE สุด Exclusive ที่ ANGA Bangkok จัดร่วมกับ ANGA MASTERY ในปี 2026 นี้ ต้องบอกเลยว่านี่ไม่ใช่แค่อีเวนต์ทั่วไป แต่คือพื้นที่รวมตัวของคนทำ Marketing และเจ้าของธุรกิจที่พร้อมเติบโตไปกับเราในปีต่อๆ ไป ภายในงานเต็มไปด้วยบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนความรู้ มุมมอง และประสบการณ์จากการลงมือทำจริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎีแต่เป็น Insight ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าสร้างผลลัพธ์ให้กับธุรกิจชั้นนำในประเทศไทยมาแล้ว
งานในปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 สะท้อนการเติบโตของทีม ANGA ได้อย่างชัดเจน จากปีแรกที่มีผู้เข้าร่วมเพียง 30 คน สู่ปีล่าสุดที่ขยายสเกลอย่างก้าวกระโดดแตะ 150 คน ซึ่งล้วนมาจากธุรกิจหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น Healthcare&Wellness, Banking, Finance & Insurance, Media & Publishing ไปจนถึงองค์กร NGO ยิ่งตอกย้ำว่างานนี้ไม่ใช่แค่เวทีของการเรียนรู้ แต่คือพื้นที่ของคนที่มี Growth Mindset และพร้อมปรับตัวให้ทันโลกการตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

Highlight ภายในงานวันนี้ที่หลายคนรอคอย บอกได้เลยว่าพิเศษเฉพาะพาร์ทเนอร์ของ ANGA เท่านั้น คือ
- ทีมจาก Google Thailand ได้มาร่วมแชร์ Insight ในหัวข้อ “Google’s Next Search Shift” และ
- คุณซอฟ รษิกา พาณีวงศ์ (Softpomz) ยูทูบเบอร์และ Content Creator ชื่อดังของไทยกับหัวข้อ“Drive Thru Your Brand”
2025 RECAP The Signals That Separate Winners from the Rest

คุณเกน รัชวิทย์ หวังพัฒนธน CEO & Managing Director ของ ANGA (แองก้า) เปิดเวทีด้วยการสรุปภาพรวม “2025 Recap” พร้อมแชร์ Insight สำคัญที่ได้จากการทำงานจริงกับลูกค้าหลากหลายแบรนด์ชั้นนำในไทย โดยสิ่งที่คุณเกนเน้นย้ำคือ การเข้าใจ Audience และพลังของ Data ที่จะต้องนำมาวิเคราะห์ ต่อยอด และพัฒนาเป็นกลยุทธ์ที่นำไปใช้กับธุรกิจได้จริง
ซึ่งทีมแองก้าได้วิเคราะห์และติดตามข้อมูลเชิงลึกจากทั้ง SEO, AI Search และ Advertising Marketing อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาถอดเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ธุรกิจปรับตัวได้ก่อนคู่แข่ง โดยมีตัวเลขสำคัญที่เรา Track และ Insight ที่น่าสนใจ ดังนี้
- 24,358 Keywords มีการติดตามและปรับปรุงคีย์เวิร์ด SEO อย่างเข้มข้น เพื่อผลักดันให้อันดับการค้นหา (Search Rankings) อยู่ในอันดับสูงสุด
- 4,217 Prompts มีการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ชุดคำสั่ง (Prompts) ที่ผู้ใช้งานใช้จริงบน AI Search ชั้นนำอย่างละเอียด ครอบคลุมทั้ง AI Overviews, Gemini และ ChatGPT
- 215,339 URL Citations จำนวนการถูกอ้างอิง URL และประสิทธิภาพของโดเมนบน AI Search ซึ่งสะท้อนถึงความน่าเชื่อถือและการที่ AI เลือกหยิบข้อมูลของแบรนด์ไปตอบคำถามผู้ใช้งาน
- บริหารงบโฆษณารวมกว่า 200 ล้านบาท ครอบคลุมแพลตฟอร์มหลักอย่าง Google, Meta, TikTok และ LinkedIn แสดงถึงความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการบริหารจัดการงบประมาณจำนวนมาก เพื่อสร้าง Impact ให้กับธุรกิจในหลากหลายช่องทาง
- 3,217 Total Live Campaigns จำนวนแคมเปญโฆษณาที่รันอยู่จริงทั้งหมดกว่า 3,000 แคมเปญ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการแคมเปญที่หลากหลาย (Multi-channel) ในเวลาพร้อมกัน
- 89% อัตราความสำเร็จของแคมเปญ Performance Marketing สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการทำโฆษณาที่เน้นผลลัพธ์ ทั้งยอดขายหรือการลงทะเบียนว่ามีโอกาสประสบความสำเร็จสูง
- ส่งต่อความรู้ผ่าน ANGA MASTERY มากกว่า 100 แบรนด์ ผ่านการ Training ทั้งรูปแบบ Private และ Public เพื่อให้ธุรกิจสามารถนำไปปรับใช้และเติบโตได้ด้วยตัวเอง
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นเบื้องหลังความสำเร็จของทีม ANGA ที่ไม่ได้มาจากแค่ประสบการณ์ แต่คือ การใช้ Data อย่างเป็นระบบและการอ่าน Audience ให้ขาด เพื่อสร้างกลยุทธ์ที่พิสูจน์ว่าใช้ได้จริงในแต่ละสนามธุรกิจ
Social Ads That Actually Move the Market Beyond Reach and Impressions
คุณชีส กัณฐิกา แววสว่าง Head of Media & Marketing ได้มาสรุปเทรนด์เกี่ยวกับวิดีโอแพลตฟอร์มอย่าง YouTube และ TikTok ซึ่งเป็น 2 ช่องทางหลักที่มีผู้ใช้งานสูงสุด สะท้อนถึงเทรนด์ที่คนหันมาค้นหาข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียมากขึ้น ธุรกิจจึงต้องปรับตัวด้วยการวางระบบให้ครอบคลุมทุก Touchpoint เพื่อเปลี่ยนความสนใจให้เป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้

การยิงโฆษณาบน Facebook ด้วย Meta Andromeda AI
พร้อมอัปเดตเทรนด์การยิงโฆษณาบน Facebook ด้วย Meta Andromeda AI ซึ่งเป็นระบบ Machine Learning รุ่นใหม่จาก Meta ที่เข้ามาเปลี่ยนวิธีคิดของนักการตลาดไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่ต้องกำหนดกลุ่มเป้าหมายด้วยตัวเอง เป็นระบบที่สามารถวิเคราะห์โฆษณาทั้งหมด (Crawl Ads) และตัดสินใจได้เองว่าแต่ละ Ad ควรส่งไปหา Audience แบบไหน ทำให้บทบาทของตัวโฆษณา หรือ Creative กลายเป็นหัวใจสำคัญของการทำ Ads ในยุคนี้
สรุปจุดเด่นที่ควรรู้เกี่ยวกับ Meta Andromeda AI
- Ad กับ Audience แม่นยำขึ้นแบบอัตโนมัติ
จากเดิมที่นักการตลาดต้องคาดเดาว่าควรยิงหาใคร วันนี้ระบบสามารถอ่านโฆษณาแล้วจับคู่กับกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสมได้เอง ทำให้ Ad และ Audience เชื่อมกันได้อย่างแม่นยำมากขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งการตั้งค่าแบบเดิมเพียงอย่างเดียว - Creative ต้องทำให้หลากหลายขึ้น
การใช้โฆษณาเพียงไม่กี่ชิ้นเริ่มไม่เพียงพอ จากเดิมที่ใช้ 3–5 Creatives ต่อแคมเปญ ปัจจุบันหลายแบรนด์ขยับไปที่ 15–50 Creatives เพื่อให้ระบบมีตัวเลือกมากพอในการเรียนรู้และหาตัวที่เวิร์กหรือเหมาะกับกลุ่มเป้าหมายที่สุดได้เร็วขึ้น - Learning Phase สั้นลง ทำให้การแข่งขันสูงขึ้น
จากเดิมที่ต้องรอระบบเรียนรู้ 1–2 เดือน ปัจจุบันเหลือเพียงประมาณ 1–2 สัปดาห์ ทำให้การ Optimize ทำได้เร็วขึ้นมาก แต่ในขณะเดียวกันการแข่งขันในตลาดก็เร็วขึ้นตามไปด้วย
ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบและต้องปรับตัวให้ทัน
- ธุรกิจที่พึ่งพา Facebook Ads เป็นหลัก
- ธุรกิจที่ใช้งบโฆษณาต่ำ (ต่ำกว่า 3,000 บาท/วัน) อาจใช้เวลาช่วง Learning Phase นานขึ้น เพราะมี Data ให้ระบบเรียนรู้น้อย
- ธุรกิจ Niche Market อาจยิงโฆษณายากขึ้น เนื่องจากระบบจะคัดกรอง Audience ให้แคบและเฉพาะเจาะจงมากขึ้นกว่าที่เคย
สรุปได้ว่า Meta Andromeda AI กำลังเปลี่ยนเกมของการยิงแอด จากยุคที่เน้น Targeting ไปสู่ยุคที่ Creative คือทุกอย่าง และใครที่ปรับตัวได้เร็วก็จะได้เปรียบในสนามนี้อย่างชัดเจน
Insight พฤติกรรมผู้บริโภคในอุตสาหกรรมหลักๆ บน TikTok

Insight พฤติกรรมผู้บริโภคในอุตสาหกรรมความงาม
จากงานวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยในอุตสาหกรรมความงาม (Beauty Industry) ช่วงฤดูร้อนและสงกรานต์ปี 2025 ชี้ให้เห็นว่า TikTok Shop เป็นช่องทางหลักที่ทรงพลังที่สุด โดยมีผู้ใช้งานตั้งใจเลือกซื้อสินค้าสูงถึง 81% ในขณะที่ Online Marketplace อยู่ที่ 80% และ Supermarket มีเพียง 47% เท่านั้น
และในช่วงเวลาการเลือกซื้อ พบว่าผู้บริโภคกว่า 49% จะเริ่มตัดสินใจซื้อสินค้าความงามและของใช้ส่วนตัวล่วงหน้าในเดือนมีนาคม เพื่อเตรียมตัวรับหน้าร้อน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าช่วงต้นปีหรือหลังสงกรานต์เกินเท่าตัว ข้อมูลนี้สะท้อนว่าแบรนด์บิวตี้ควรเน้นทำกลยุทธ์เชิงรุกบนแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น และต้องเริ่มอัดฉีดแคมเปญให้เต็มสูบตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมเพื่อชิงความได้เปรียบในจุดพีคที่สุดของตลาด
Insight พฤติกรรมผู้บริโภคในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
นอกจากนี้ยังมี Insight จากพฤติกรรมผู้บริโภคในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว (Tourism Industry) ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และหน้าร้อนปี 2025 พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยส่วนใหญ่กว่า 56% เน้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นหลัก ขณะที่ 13% วางแผนไปต่างประเทศ และอีก 18% เลือกเที่ยวทั้งสองรูปแบบ
ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือ กลุ่ม Audience อายุ 25–34 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยมีสัดส่วนถึง 37% ที่มีแนวโน้มวางแผนท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศสูงกว่ากลุ่มอายุอื่น ข้อมูลนี้สะท้อนว่าแบรนด์ในกลุ่มท่องเที่ยวและบริการ ควรโฟกัสการทำคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่กลุ่มนี้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะโปรโมชันหรือแพ็กเกจที่ควบรวมความคุ้มค่าของการเที่ยวไทยและต่างประเทศเข้าด้วยกัน เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดในช่วง Peak Season นี้
INTEGRATED SEARCH STRATEGY
INTEGRATED SEARCH STRATEGY โดยคุณเกน รัชวิทย์ หวังพัฒนธน และคุณนัท ธนิน จุฬาทรัพย์ ได้มาแชร์ร่วมกันในประเด็นว่า การแยกทีมทำงานแบบไซโลคือการปิดโอกาสทางการตลาดโดยไม่รู้ตัว หากแบรนด์เชื่อมโยงทุกช่องทางเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ จะทำให้แบรนด์ดักจับทุกความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างแม่นยำ ไม่พลาดโอกาสสำคัญในเส้นทางการตัดสินใจของลูกค้า และที่สำคัญคือ การยึดครองพื้นที่ให้กลุ่มเป้าหมายเห็นแต่แบรนด์เราเท่านั้น
The Signals That Separate Winners from the Rest

คุณเกน รัชวิทย์ หวังพัฒนธน ได้วิเคราะห์ข้อมูลกว่า 215,339 URL ในประเทศไทยพบว่า AI ไม่ได้สุ่มเลือกคำตอบ แต่มีการตัดสินใจที่ซับซ้อนและกระบวนการ Query fan-out เพื่อกลั่นกรองแบรนด์ที่น่าเชื่อถือที่สุดออกมาเพียงไม่กี่ราย แบรนด์ที่ขยับตัวก่อนในการแข่งขันนี้ นอกจากจะสร้างการรับรู้ให้แบรนด์ได้มากขึ้นแล้ว ยังเป็นการครองช่องทางใหม่ที่สามารถปิดการขายได้จริง ด้วยอัตรา Conversion ที่พุ่งสูงกว่าช่องทางปกติหลายเท่าตัว
5 Insight จากการถอดรหัส AI Search ที่ธุรกิจต้องรู้
- ตลาด AI Search ไม่ได้มีพื้นที่สำหรับทุกแบรนด์: แม้จะมีแบรนด์นับหมื่นในตลาด แต่ AI กลับเลือกแนะนำซ้ำเพียง 209 แบรนด์ จากการพูดถึงกว่า 1.4 แสนครั้ง สะท้อนว่า AI Search เป็นเกมของ First Mover ใครที่สร้างตัวตนบนระบบ AI ได้ก่อน จะยึดพื้นที่ได้ก่อน และทิ้งห่างคู่แข่งได้ทันที
- กระบวนการ Query fan-out: ทุกครั้งที่เราถาม AI 1 ประโยค ระบบจะแตกคำถามย่อยออกไปหาข้อมูลจาก Google เฉลี่ยถึง 5 Subqueries ครอบคลุมทั้งเรื่องรีวิว ราคา ความปลอดภัย และอันดับความนิยม ดังนั้น คอนเทนต์ของแบรนด์ต้องตอบโจทย์ให้ครบทุกมิติ
- เว็บไซต์แบรนด์คือ แหล่งข้อมูลอันดับ 1: ข้อมูลกว่า 60% ที่ AI นำมาตอบมาจาก Business Website โดยตรง ตามด้วยเว็บไซต์ข่าว 30% ขณะที่โซเชียลมีเดียมีผลเพียง 2% เท่านั้น สิ่งนี้ยืนยันว่าการมีเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลครบถ้วนและน่าเชื่อถือคือ หัวใจสำคัญที่ AI จะเลือกหยิบข้อมูลจากแบรนด์ใดไปใช้
- SEO คือรากฐานที่ทิ้งไม่ได้: ข้อมูลระบุว่า 9 ใน 10 แบรนด์ที่ AI เลือกแนะนำ คือแบรนด์ที่ติด Top 10 บน Google SEO อยู่แล้ว สรุปได้ว่าหากรากฐาน SEO ของคุณไม่แข็งแรง โอกาสที่ AI จะมองเห็นและนำไปบอกต่ออาจจะน้อยกว่าคู่แข่งที่ทำ SEO มาดี
- จากแค่หา สู่ปิดการขาย: AI Search ในปี 2026 กลายเป็นช่องทางทำเงินที่จับต้องได้ โดยเฉพาะกลุ่ม Health & Wellness ที่มี Conversion สูงขึ้นถึง 6.9 เท่า และกลุ่มการเงินพุ่งสูงขึ้น 2.3 เท่า แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้งานเชื่อใจคำแนะนำของ AI จนนำไปสู่การตัดสินใจซื้อจริง
หากคุณอยากเป็น 1 ในแบรนด์ที่ AI เลือกแนะนำ ต้องเริ่มสร้างความน่าเชื่อถือผ่านเว็บไซต์และ SEO ตั้งแต่วันนี้ ผ่านกลยุทธ์การทำ GEO หรือ Generative Engine Optimization เพราะในโลกของ AI คนที่มาก่อนและข้อมูลแน่นกว่า คือคนที่จะครองส่วนแบ่งการตลาดได้อย่างเห็นผล
INTEGRATED SEARCH STRATEGY: Own Every Search Touchpoint

คุณนัท ธนิน จุฬาทรัพย์ Group Performance Director ได้มาเน้นย้ำว่า การแยกทีมทำงานแบบไซโลคือการปิดโอกาสของแบรนด์โดยไม่รู้ตัว เพราะทุกช่องทางออนไลน์คือ Touchpoint เดียวกันที่ต้องทำงานสอดประสานกัน หากแบรนด์เชื่อมโยงทุกช่องทางอย่างเป็นระบบ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ดักจับความต้องการผู้ใช้งานได้แม่นยำ และไม่พลาดโอกาสสำคัญในเส้นทางตัดสินใจของลูกค้า
ทำไมแบรนด์ยุคใหม่ต้องทำ Integrated Search?
- ยึดครองพื้นที่เพื่อกันคู่แข่ง: ช่วยให้แบรนด์ปรากฏตัวได้พร้อมกัน 3–5 จุดในหน้าเดียว ซึ่งเพิ่มโอกาสเกิดคลิก และยึดครองพื้นที่ให้กลุ่มเป้าหมายเห็นแต่แบรนด์เรา
- กวาดทุกความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย: ผู้ใช้งานมีพฤติกรรมต่างกัน การวางหมากครบทุกระบบจะช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ครบทุก Segment และสามารถใช้ Data เชื่อมโยงกันได้
- การใช้ Data ร่วมกันเพื่อความแม่นยำของกลุยทธ์:
- Ads Data: บอกว่า Keyword ไหนทำเงิน (Convert) จริง
- SEO Data: บอกว่า Content แบบไหนที่ผู้คนให้ความสนใจในระยะยาว
- AI Search Data: เผยให้เห็นคำถามเชิงลึก หรือความสงสัยที่แท้จริงของผู้ใช้งาน
- พิสูจน์ด้วยผลลัพธ์ (Case Study): สถิติยืนยันชัดเจนว่า ธุรกิจที่ยิง Google Ads เพียงอย่างเดียวจะมี CTR เฉลี่ยอยู่ที่ 5.95% แต่หากปรับมาใช้กลยุทธ์แสดงผลครบทุกตำแหน่ง (AI Search + SEO + Ads) ค่า CTR จะพุ่งสูงถึง 26.69% โดยเฉลี่ย
ผู้ชนะบนโลก Search วันนี้อาจไม่ใช่คนที่อยู่อันดับ 1 เพียงจุดเดียว แต่คือคนที่ปรากฏตัวในทุกจุดที่ลูกค้าหาข้อมูล เพื่อเปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่แท้จริง
BEHIND THE WINS: How Winning Teams are Led
คุณไพลิน หวังพัฒนธน Client Partner at ANGA ได้ถอดบทเรียนจากประสบการณ์ทำงานร่วมกับกว่า 500 แบรนด์ชั้นนำ พบว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากงบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก Pattern การทำงานที่แข็งแกร่งระหว่างแบรนด์กับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ แบรนด์ที่โดดเด่นจะทำงานเป็นทีมเดียวกัน ขับเคลื่อนด้วยความเร็วและความโปร่งใสของข้อมูล พร้อมมีทิศทางที่ชัดเจนและเปิดรับการทดลองสิ่งใหม่ๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง

4 Patterns ความสำเร็จของแบรนด์ระดับ Top Performance
- Speed & Flow (ความเร็วคืออาวุธ)
แบรนด์ที่ตัดสินใจไวและให้ Feedback ชัดเจน ย่อมได้เปรียบในโลกที่ทุกคลิกมีมูลค่า เพราะงาน Digital Marketing ไม่สามารถรอการอนุมัติที่ล่าช้าได้ ความคล่องตัวจึงเป็นตัวเร่ง Performance ให้ไปถึงจุดสูงสุด - Data as a Bridge (ใช้ข้อมูลเป็นภาษากลาง)
เลิกเดาด้วยสัญชาตญาณ แล้วใช้ข้อมูลจริงเป็นตัวเชื่อมความเข้าใจ แบรนด์ที่แชร์ Data อย่างโปร่งใส จะช่วยให้เอเจนซี่วิเคราะห์ได้แม่นยำ และทำให้ทั้งสองฝ่ายโฟกัสไปที่เป้าหมายเดียวกัน - Aligned Inside, Strong Outside (ทิศทางภายในต้องชัด)
ความแข็งแกร่งภายนอกเริ่มจากความชัดเจนภายใน แบรนด์ที่วางโครงสร้างและกลยุทธ์มาดี จะลดรอยต่อการทำงาน และเปิดทางให้เอเจนซี่สร้างสรรค์ได้เต็มศักยภาพ - Agile in Practice (กล้าทดลองเพื่อโต)
แบรนด์ที่โตเร็ว มองความเสี่ยงเป็นการเรียนรู้ กล้าทำ A/B Testing ปรับกลยุทธ์ตามสถานการณ์ และทดลองฟีเจอร์ใหม่ก่อนใครไปพร้อมกับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ตรง
ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ไม่ได้มาจากการจ้างคนที่เก่งที่สุด แต่เกิดจากการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ได้ดีที่สุด เพราะเอเจนซี่ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้าง แต่คือทีมเดียวกันที่พาธุรกิจไปสู่เป้าหมายเดียวกัน
Google’s Next Search Shift โดย Google Thailand
ANGA CLUBHOUSE 2026 ได้รับเกียรติจากทีม Google Thailand มาเผย Insight สุดพิเศษ เพื่อมอบให้กับพาร์ทเนอร์ของ ANGA โดยเฉพาะ กับการรับมือจุดเปลี่ยนสำคัญของ Search และ AI เพื่อครองความเป็นผู้นำในทุกอุตสาหกรรม
Google เปิดเผยว่า ในปี 2025 ได้มีการส่งมอบนวัตกรรมใหม่ๆ มากมายทั้ง Gemini 3, Veo 3 และ Gemini Live เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสถิติที่น่าสนใจ ดังนี้
- ระดับโลก: ผู้คนกว่า 2 พันล้านคนใช้งานผลิตภัณฑ์ Google อย่างน้อย 7 บริการทุกวัน
- ในไทย: 79% ของคนไทยใช้งาน Google และ YouTube ทุกวัน สูงกว่าแพลตฟอร์มอื่นอย่างมีนัยสำคัญ
การกำเนิดของ Super-Empowered Consumer

AI กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อให้ "สั้นและไว" กว่าที่เคย ทุกการค้นหาคือเส้นทางตรงสู่การตัดสินใจ
- 77% ตัดสินใจได้ เร็วขึ้น เมื่อใช้ AI Overviews
- 75% รู้สึก มั่นใจ ในการตัดสินใจมากขึ้นเพราะข้อมูลจาก AI
- Strategy: ธุรกิจต้องยึดหลัก "Be where discovery starts" ปรากฏตัวในทุกจุดที่การค้นหาเริ่มต้นและการตัดสินใจเกิดขึ้น
แต่ Google ยังคงยืนยันว่า AI ไม่ได้ทำให้คนใช้ Search น้อยลง แต่กลับส่งเสริมกันและกัน เพราะกว่า 94% ของผู้ใช้ AI (LLM) ยังคงใช้งาน Google Search เป็นประจำ และยังคงเป็น Touchpoint อันดับ 1 ที่คนไทยไว้วางใจในการหาข้อมูล
YouTube พื้นที่แห่งความเชื่อมั่นและการปิดการขาย
YouTube ก้าวข้ามความบันเทิงสู่เครื่องมือช้อปปิงที่ทรงพลัง
- 80% ของผู้ชมมั่นใจในการตัดสินใจซื้อมากขึ้นเมื่อดู YouTube
- 82% ให้ความเชื่อมั่นในตัว Creator สูงสุด
- Impact: คนที่เห็นโฆษณาบน YouTube มีแนวโน้มไป Search ต่อเพิ่มขึ้นถึง 10.7%
สรุปกลยุทธ์สู่ความสำเร็จในปี 2026 คือการประสานพลัง Search + AI + Video เข้าด้วยกัน ด้วยการสร้างความเชื่อมั่นผ่าน Google Search ตอกย้ำความมั่นใจก่อนปิดการขายด้วย YouTube และใช้ AI (Gemini) เป็นฟันเฟืองหลังบ้านขับเคลื่อน ROI ให้สูงสุด
Drive Thru Your Brand โดย IMPRESSIONS (Softpomz)
คุณซอฟ รษิกา พาณีวงศ์ (Softpomz) ยูทูบเบอร์และ Content Creator แถวหน้าของไทย ได้พลิกบทบาทในฐานะ CEO แห่ง IMPRESSIONS มาเผยกลยุทธ์การปั้นธุรกิจให้เป็น "ตัวเลือกแรก" ในใจผู้บริโภค ผ่านพลังของ Corporate Branding โดยคุณซอฟเน้นย้ำว่า การสร้างแบรนด์เปรียบเสมือนการสร้างตัวละครในเกม The Sims ที่ต้องออกแบบให้มีตัวตนและน่าดึงดูด เพื่อสร้างแต้มต่อในการทำตลาด เพราะแบรนด์ที่จดจำได้ง่าย จะช่วยให้การยิงโฆษณามีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ขณะเดียวกัน Branding ที่แข็งแกร่งยังเป็นรากฐานของความเชื่อมั่นที่ช่วยดึงดูดทั้งพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ และบุคลากรระดับ Talent ให้อยากเข้ามาร่วมงาน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เองคือสิ่งสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ทำไม Corporate Branding ถึงสำคัญกับธุรกิจยุคใหม่?
- สร้างการจดจำที่เป็นแต้มต่อ (Brand Recognition): เมื่อแบรนด์มีตัวตนชัดเจน ลูกค้าจะจดจำได้ทันทีที่เห็นโฆษณา ช่วยให้การทำการตลาดคุ้มค่าและได้ผลลัพธ์ดีกว่าคู่แข่งที่ไม่มี Branding
- สร้างความเชื่อมั่นในระดับสากล (Trust & Credibility): ภาพลักษณ์องค์กรที่ดี ช่วยสร้างความไว้วางใจให้กับพาร์ทเนอร์และคู่ค้า ทำให้การเจรจาธุรกิจราบรื่นและมั่นคง
- ดึงดูดคนเก่งและพันธมิตร (Attracting Talent): แบรนด์ที่แข็งแกร่งจะดึงดูดคนเก่งให้อยากเข้ามาร่วมทีม ซึ่งคนเก่งเหล่านี้เองที่จะเป็นพลังสำคัญในการดึงดูดคนเก่งคนอื่นๆ และพาร์ทเนอร์ดีๆ เข้ามาเสริมทัพ
- รากฐานการเติบโตเหมือนการสร้าง The Sims: การวางโครงสร้างแบรนด์ให้มีบุคลิกและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน คือการวางรากฐานให้ธุรกิจพร้อมสเกลตัวและเติบโตได้อย่างเป็นระบบ
สิ่งที่นักการตลาดต้องยึดถือคือ Branding is Winning แบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภคได้คือผู้ชนะที่แท้จริง และหัวใจสำคัญของการสร้างแบรนด์ไม่ใช่เพียงการสื่อสารครั้งเดียว แต่คือการ “ทำซ้ำๆ ย้ำๆ สม่ำเสมอ จนคนจำได้” เพื่อเปลี่ยนให้แบรนด์คุณกลายเป็นตัวเลือกแรกและตัวเลือกเดียวที่ลูกค้าไว้วางใจในระยะยาว
BRAND STORYTELLING การเล่าเรื่องด้วยแบรนด์

หัวใจสำคัญของ Brand Storytelling ในปัจจุบันคือ การเปลี่ยนมุมมองว่า เรื่องเล่าต้องไม่ใช่แค่เรื่องเรา แต่ต้องเป็นเรื่องที่ถูกออกแบบมาเพื่อคนฟังจริงๆ การเล่าเรื่องที่ประสบความสำเร็จเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจว่ากลุ่มเป้าหมายคือใคร และอะไรคือแรงจูงใจที่จะขับเคลื่อนพวกเขาได้ ไม่ว่าจะเป็นการตอบโจทย์ทางอารมณ์ การสร้างคุณค่าทางสังคม หรือการมอบผลลัพธ์ที่จับต้องได้ แบรนด์ต้องมองหาทางปรากฏที่ชาญฉลาด โดยยึดหลักว่าลูกค้าอยู่ที่ไหน แบรนด์ต้องไปสื่อสารที่นั่น เพื่อสร้างจุดเชื่อมโยงที่แนบเนียนและทรงพลัง
หากแบรนด์สามารถเปลี่ยนสารที่ต้องการสื่อให้เป็นประสบการณ์ที่ผู้คนอยากมีส่วนร่วมได้ เรื่องเล่านั้นจะเปลี่ยนจากแค่ข้อมูลชุดหนึ่ง สู่การเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งที่สร้างความประทับใจและปิดการขายได้จริง
Rethinking Marketing Leadership in 2026
นอกจากนี้ยังมี Special Panel ในหัวข้อ “Rethinking Marketing Leadership in 2026” โดยผู้บริหารจาก SECOM และ Marketing Manager, Euro Creations จาก Technogym และ Bang & Olufsen ได้ร่วมถอดบทเรียนความท้าทายจากยุค Digital สู่ AI Transformation

โดยชี้ให้เห็นว่าการตลาดปี 2026 คือการสร้างสมดุลระหว่างเทคโนโลยีและ Human Touch แม้ AI จะเข้ามาช่วยลดงาน Operation และเพิ่มประสิทธิภาพด้าน ROI แต่สิ่งที่ยังทำแทนไม่ได้เลยก็คือ การสร้างประสบการณ์ (Customer Experience) และความผูกพันทางอารมณ์กับแบรนด์ในระยะยาว นักการตลาดยุคใหม่จึงต้องมี GAC Mindset นั่นก็คือ Growth, Agile, Communication ที่พร้อมปรับตัวตลอดเวลา ทิ้งความยึดติดแบบเดิม และรู้จักใช้ First-party Data ภายใต้มาตรฐาน PDPA เพื่อวิเคราะห์กลยุทธ์ให้ตอบโจทย์ธุรกิจอย่างแท้จริง
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ (Key Takeaways)
- จาก Digital สู่ AI Transformation: ผู้บริหาร SECOM เน้นย้ำการปรับตัวจากนโยบายภาครัฐและพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไว โดยต้องนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล และทำงานร่วมกับมนุษย์ในฐานะ "เพื่อนคู่คิด"
- Branding คือแต้มต่อ: ทาง Technogym ชี้ว่า การยิง Ad อย่างเดียวไม่เพียงพอ ธุรกิจต้องสร้าง Connection และทำให้คนจดจำแบรนด์ในแง่บวก เพื่อสร้างความยั่งยืนในวันที่ต้นทุนการตลาดสูงขึ้น
- Data Prioritization: ข้อมูลที่มีมหาศาลจะไร้ค่าหากจัดลำดับความสำคัญไม่เป็น นักการตลาดต้องรู้ว่าจะใช้ Data ไปเพื่ออะไร และโฟกัสที่การตอบโจทย์ทางธุรกิจเป็นหลัก
- Human Touch ที่ AI แทนไม่ได้: กรณีศึกษาจาก Bang & Olufsen และ SECOM แสดงให้เห็นว่าประสบการณ์หน้าโชว์รูม การดูแลหลังการขาย และความอุ่นใจจากการบริการโดยมนุษย์ คือจุดตัดสินที่ทำให้ลูกค้ารักแบรนด์
- ทักษะที่ต้องรีบมี: ความกล้าเรียนรู้สิ่งใหม่ (Growth Mindset) และความเร็วที่มาพร้อมความแม่นยำ (Agile) คืออาวุธสำคัญ ส่วนคนที่หยุดเรียนรู้หรือยึดติดกับความสำเร็จเดิมๆ จะกลายเป็นกลุ่มที่ตกยุคทันที
Marketing Skills That Decide Business in the Next 3 Years
ในยุคที่ AI เป็นแรงขับเคลื่อนธุรกิจ คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ “จะอยู่รอดอย่างไร” แต่คือ “จะใช้มันให้เหนือกว่าได้อย่างไร” คุณเอก ศุภณัฐ ไทยยานันท์ Business Growth Manager ชี้ว่า การแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ความเร็วหรือปริมาณงาน แต่คือการผสานความเป็นมนุษย์เข้ากับเทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด
จากประสบการณ์ทำงานและอัปสกิลให้กว่า 100 องค์กรชั้นนำ พบว่าทักษะที่ชี้ขาดไม่ใช่แค่การใช้เครื่องมือ แต่คือความเข้าใจเชิงลึกในอุตสาหกรรม การสื่อสารกับ AI อย่างมีชั้นเชิง ความเข้าใจบริบทองค์กร และ Ownership ที่แท้จริง ซึ่งทั้งหมดนี้คือจุดแข็งที่ AI ทดแทนไม่ได้ และเป็นสิ่งที่ยกระดับนักการตลาดจากผู้ใช้เครื่องมือ สู่ผู้นำเชิงกลยุทธ์ที่องค์กรต้องการ

สรุป 4 ทักษะทางรอด เมื่อคนและ AI ต้องทำงานร่วมกัน
- Expertise Knowledge (ความรู้ลึกในหน้างาน): แม้ AI จะเข้าถึงข้อมูลมหาศาลและเสนอทางเลือกได้ดี แต่ไม่อาจเข้าใจบริบทหน้างานจริง ประสบการณ์เฉพาะทางและความรู้ในวงการจึงเป็นข้อได้เปรียบที่ AI ทดแทนไม่ได้
- Know First, Prompt Better (รู้จริงก่อนสั่งงาน): คุณภาพของคำตอบจาก AI ขึ้นอยู่กับคุณภาพของคำถาม (Prompt) หากคุณไม่มีพื้นฐานความรู้ที่แน่นพอ การคิด Prompt จะกว้างเกินไปและได้ผลลัพธ์ที่ไม่ตรงจุด
- Understanding Organizational Culture (ความเข้าใจมนุษย์และวัฒนธรรม): AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลการตลาดได้เฉียบคม แต่ไม่เคยเข้าใจอารมณ์และบริบทของมนุษย์ในองค์กร การเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนและ AI คือทักษะที่จะมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ
- Ownership (ความเป็นเจ้าของและความรับผิดชอบ): ในยุคที่ AI ลดจำนวนคนในองค์กรลง สิ่งที่เจ้าของธุรกิจมองหาไม่ใช่แค่คนเก่งที่สุด แต่คือคนที่อินกับเป้าหมายของบริษัทที่สุด (Ownership) คนที่พร้อมลุยไปด้วยกัน มีทัศนคติที่ดี และรับผิดชอบต่องานเสมือนเป็นธุรกิจของตัวเอง คือทรัพยากรที่หาได้ยากและเป็นที่ต้องการสูงสุด
ในอีก 3 ปีข้างหน้า นักการตลาดที่รอดไม่ใช่คนที่ใช้ AI เก่งที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่คือคนที่ใช้ AI มาเสริมพลังให้กับสัญชาตญาณและความเชี่ยวชาญของมนุษย์ เพื่อสร้าง Impact ที่ AI ไม่มีวันทำแทนได้
เปิดตัว ANGA ONE เครื่องมือวัดผลในยุค AI Search เพื่อพาร์ทเนอร์ของเราโดยเฉพาะ

ในงาน ANGA CLUBHOUSE 2026 คุณเกน รัชวิทย์ หวังพัฒนธน ได้เปิดตัว ANGA ONE เครื่องมือ Analytics ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การวัดผลในยุค AI Search โดยเฉพาะ เชื่อมต่อข้อมูลครบจบในที่เดียว ครอบคลุมทั้งข้อมูลจาก Google และโมเดล AI Search ชั้นนำอย่าง ChatGPT, Perplexity, Gemini และ AI Overviews พร้อมความสามารถด้าน GEO & AI Search Analytics ที่ช่วยเจาะลึกพฤติกรรมการค้นหาผ่าน AI ทำให้ทีมแองก้าวางกลยุทธ์ให้กับทุกธุรกิจ เพื่อปรากฏเป็นคำตอบเหนือคู่แข่งได้อย่างแม่นยำ
ANGA ONE คือเครื่องมือที่ช่วยให้ทีมแองก้าและพาร์ทเนอร์ของเรา อ่านเกม AI Search ได้อย่างชัดเจน เพื่อให้เข้าใจตรงกันว่า AI มองและพูดถึงแบรนด์เราอย่างไร และสามารถวางกลยุทธ์เพื่อเอาชนะคู่แข่งบนโลก AI ได้อย่างแม่นยำ โดยเครื่องมือนี้พัฒนาขึ้นเพื่อใช้งานเฉพาะพาร์ทเนอร์ของ ANGA Bangkok และใช้ภายในคลาส ANGA MASTERY เท่านั้น
เจาะลึกฟีเจอร์เด่นว่า ANGA ONE ทำอะไรได้บ้าง?

กลุ่มฟีเจอร์ AI Search & GEO Analytics
- Brand Visibility & Leaderboard: วัดสัดส่วนการแสดงผลของแบรนด์บน AI Search พร้อมตารางเปรียบเทียบประสิทธิภาพกับคู่แข่งแบบเรียลไทม์
- Deep Prompt Insights: บันทึกและวิเคราะห์ชุดคำสั่ง (Prompts) ที่ผู้ใช้พิมพ์ถาม AI พร้อมดูผลลัพธ์ (AI Responses) และอันดับของแบรนด์ (AI Prompt Ranking) ได้ไม่จำกัด
- Query Fanout & Top Citations: เจาะลึกแหล่งข้อมูลที่ AI เลือกไปอ้างอิง และดูการแตกประโยคคำถามย่อย (Subqueries) ของ AI ในทุกโมเดล
- AI Sentiment Score: ระบบวิเคราะห์ระดับความรู้สึกที่ AI มีต่อแบรนด์คุณ เพื่อประเมินความน่าเชื่อถือในสายตาเทคโนโลยี
กลุ่มฟีเจอร์ SEO Monitoring
- Real-time Ranking: ติดตามอันดับ Keywords บน Google แบบอัปเดตทุกวัน
- Competitor Insights: เจาะลึกหน้าเว็บและคีย์เวิร์ดที่สร้าง Traffic สูงสุดของคู่แข่ง
- Backlink Tracker: ตรวจสอบสุขภาพลิงก์ที่ส่งกลับมายังเว็บไซต์ทั้งของแบรนด์เราและคู่แข่ง
Future-Ready Roadmap
- All-in-One Dashboard: เตรียมเชื่อมต่อข้อมูลจาก Google Ads เร็วๆ นี้ เพื่อให้นักการตลาดเห็นภาพรวมทุก Touchpoint ทั้ง AI Search, SEO, Ads ในหน้าจอเดียว ช่วยให้การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์แม่นยำและไร้รอยต่อที่สุด
ANGA ONE คือนิยามใหม่ของเครื่องมือการตลาดที่จะเปลี่ยนความสงสัยให้เป็นความสำเร็จที่จับต้องได้ ด้วยด้วยการแปลง Insight จาก AI Search ให้เป็นข้อมูลที่แม่นยำ ช่วยให้พาร์ทเนอร์มองเห็นทุกโอกาส รู้ทันความเคลื่อนไหวของคู่แข่ง และขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้วยตัวเลขที่พิสูจน์ได้ เพื่อสร้างความได้เปรียบและคว้าชัยในยุค AI
ขอขอบคุณ Media Partners ของ ANGA
ขอขอบคุณ Media Partners ทุกท่านที่ร่วมเป็นพลังสำคัญของงาน ANGA CLUBHOUSE ในปี 2026 นี้

- 9Expert
- AD ADDICT
- แอดฉริยะ
- anster
- Bangkok Post
- Business Tomorrow
- CONTENT SHIFU
- CREATIVE TALK
- Data Echooo
- dataxet
- infoquest (สำนักข่าวอินโฟเควสท์)
- MAT (MARKETING ASSOCIATION THAILAND)
- MISSION TO THE MOON
- RAiNMaker
- ThaiPR.NET
- THE INSIDER
- THE STANDARD
- บันทึกการตลาด
Life@ANGA









