ผลงานการทำ Meta Ads ให้ OSL Studio เพื่อดึง Qualified Leads
ผลงานการทำ Meta Ads ให้ OSL Studio เพื่อดึง Qualified Leads

กลยุทธ์ยิงแอด ดึง Qualified Leads ให้ OSL Studio

OSL Studio บริษัทที่เติบโตมากับการเป็น Interior Designer อย่างแท้จริง มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในงานออกแบบภายในที่มุ่งเน้นความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ 3D Visualizer เพื่อรังสรรค์ผลงานที่สมจริง คุณภาพสูง และมีความประณีตพิถีพิถัน ANGA (แองก้า) จึงได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาวางกลยุทธ์การทำ Meta Ads เพื่อดึง Qualified Leads ที่สนใจงานออกแบบภายในจริงๆ จนทำให้ Message เข้ามามากกว่า 270+ Message ที่มีโอกาสปิดจบเป็นลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของธุรกิจได้


Reach เพิ่มขึ้น

446.74%

Reach เพิ่มขึ้น 446.74% ภายใน 6 เดือน

Engagement เพิ่มขึ้น

55.63%

Engagement เพิ่มขึ้น 55.63%

Cost Per Message ลดลง

19.32%

Message 270+ และ Cost Per Message ลดลง 19.32%

โจทย์ที่เราได้รับ

โจทย์ที่ท้าทายทีม Paid Media ของ ANGA ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ต้องสร้างการรับรู้ให้แบรนด์ (Brand Awareness) แบบเดิมๆ แต่ต้องเฟ้นหาลูกค้าที่มี High Intent หรือความต้องการจ้างงานจริง ครอบคลุมทั้งฝั่ง B2B (Developer, เจ้าของธุรกิจ, Commercial Space) และ B2C (เจ้าของบ้านและคอนโดระดับ Mid-to-Luxury) โดยเป้าหมายสำคัญไม่ใช่แค่จำนวนคนที่เห็นโฆษณา แต่คือการคัดกรองให้เหลือเพียงผู้ที่มีศักยภาพและพร้อมเซ็นสัญญากับบริษัทจริงๆ เพื่อเปลี่ยนงบประมาณการตลาดให้กลายเป็นยอดขายที่จับต้องได้



เป้าหมายที่ตั้งร่วมกัน

เป้าหมายที่ลูกค้ากับแองก้าตั้งร่วมกันภายใน 6 เดือนนี้คือ การยกระดับ OSL Studio ให้เป็น Top-of-Mind ในตลาด High-End ผ่านการสร้าง Premium Brand Awareness ที่เจาะจงเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง เพื่อเปลี่ยนยอดเข้าถึงให้กลายเป็น Qualified Leads หรือผู้ที่มีความต้องการงานดีไซน์ระดับพรีเมียมจริงๆ ไม่ใช่แค่ยอดคลิกทั่วไป เพื่อเปลี่ยนการรับรู้สู่โอกาสทางธุรกิจที่จับต้องได้จริง


กลยุทธ์ของเรา

การใช้ Meta Ads เป็นเครื่องมือคัดกรอง ไม่ว่าจะเป็นบริการโฆษณา Facebook Ads และบริการทำ Lead Generation เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ความ Luxury, Trustworthy และ Design Expertise ให้เข้าไปนั่งในใจลูกค้า โดยแคมเปญนี้ต้องทำหน้าที่มากกว่าแค่ให้คนเห็น แต่ต้องดึงดูดเฉพาะคนที่ใช่ คนที่เข้าใจคุณค่าของงานดีไซน์ และอยากคุยต่อเพื่อร่วมงานกับเราจริงๆ ผ่าน 3 กลยุทธ์หลักๆ ดังนี้


1. Audience Strategy


กุญแจสำคัญของแคมเปญนี้คือ ความแม่นยำ ทีมแองก้าจึงออกแบบโครงสร้างโฆษณาโดยแยกกลุ่ม B2B และ B2C ออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อสื่อสาร Message ได้ตรงจุด (Personalized) เราจะเจาะลึกผ่าน Interest & Behavior โดยเน้นกลุ่มที่สนใจ High-End Architecture, Interior Design, Property Investment และ Luxury Lifestyle เพื่อคัดกรองเฉพาะผู้ที่มีรสนิยมและกำลังซื้อสอดคล้องกับแบรนด์ 


นอกจากนี้ เรายังใช้การทำ Lookalike Audience โดยถอดแบบจากกลุ่มที่มี Engagement คุณภาพสูงสุด เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ที่มีแนวโน้มสนใจสูง ช่วยให้งบประมาณถูกใช้ไปกับการเข้าถึงคนที่มีความสนใจจริงๆ ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และเพิ่มโอกาสในการปิดการขายให้มากที่สุด


2. Creative Strategy


ให้ผลงานคุณภาพของลูกค้าเป็นตัวเล่าเรื่อง หัวใจของงานครีเอทีฟครั้งนี้คือ การใช้ผลงานจริงของ OSL Studio เป็นตัวชูโรง เราคัดสรรภาพที่ถ่ายทอด Mood & Tone ความ Luxury และเจาะลึก Detail ของงานออกแบบ เพื่อสร้าง Impact ตั้งแต่แรกเห็น พร้อมนำเสนอผ่านคอนเทนต์รูปแบบ Before-After และ Concept Design ที่โดดเด่นของธุรกิจ พร้อมวางกลยุทธ์ Copywriting ที่เน้นสื่อสารคุณค่าของงานดีไซน์ โดย Positioning ให้ OSL Studio เป็นมากกว่าแค่นักออกแบบ แต่คือ Design Partner ที่ลูกค้าไว้วางใจได้


3. Funnel Strategy


ปั้นลูกค้าคุณภาพผ่าน Customer Journey อย่างเป็นระบบ โดยเริ่มจาก Awareness Campaign ที่เน้นสร้างภาพจำให้ลูกค้าตระหนักถึงความเชี่ยวชาญและความหรูหราของแบรนด์ จากนั้นส่งต่อเข้าสู่ Engagement Campaign เพื่อทำหน้าที่คัดกรองเฉพาะผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์และสนใจจริงๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วย Message Campaign ที่ออกแบบมาให้ลูกค้าทักหาเราได้ง่ายที่สุด เพื่อเปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็นบทสนทนาทางธุรกิจทันที วิธีนี้ช่วยให้ OSL Studio ได้ Leads ที่มีโอกาสปิดการขายได้สูงกว่าการยิงโฆษณาแบบหว่านแหทั่วไป


ผลลัพธ์ที่ได้จากบริการของเรา

เมื่อกลยุทธ์ที่แม่นยำทำงานร่วมกับงานครีเอทีฟคุณภาพ ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขการเข้าถึง (Reach) แต่คือการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้จริง การปรับปรุงโครงสร้างโฆษณาในครั้งนี้ได้สร้าง Impact ต่อธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในแง่ภาพลักษณ์และโอกาสปิดการขาย และนี่คือบทสรุปความสำเร็จที่เกิดขึ้นครับ


Check icon
Reach เพิ่มขึ้น +446.74% ภายใน 6 เดือน

การเติบโตของยอดการเข้าถึงเกือบ 4.5 เท่าภายในเวลาเพียง 6 เดือน สะท้อนความสำเร็จของแบรนด์ OSL Studio ว่าเป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างรวดเร็ว และเจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ทั้งฝั่ง Developer และ Luxury Homeowners ที่ไม่เคยรู้จักเรามาก่อน เป็นการสร้าง Brand Visibility ที่แข็งแกร่ง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนคนแปลกหน้าให้เป็นลูกค้าในอนาคต

Check icon
Engagement เพิ่มขึ้น +55.63%

อัตราการมีส่วนร่วมที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 50% ยืนยันได้ว่าคอนเทนต์และภาพลักษณ์ที่เราสื่อสารออกไปนั้น โดนใจกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ไม่ใช่แค่การเลื่อนผ่าน แต่ลูกค้าหยุดดู กดไลก์ และศึกษารายละเอียดของผลงาน สะท้อนให้เห็นว่า Creative Strategy ที่เน้นโชว์ดีเทลความพรีเมียมและความเชี่ยวชาญนั้นทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม

Check icon
Message 270+ & Cost Per Message ลดลง 19.32%

ยอดทักแชทกว่า 270 ข้อความคือผลลัพธ์ของการวางกลยุทธ์ Full-Funnel แต่สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคือ ประสิทธิภาพในการบริหารงบประมาณที่ทำให้ต้นทุนต่อข้อความลดลงถึง 19.32% เมื่อเทียบกับช่วงแรก แสดงให้เห็นว่าระบบการนำส่งโฆษณา (Ad Delivery) มีความแม่นยำสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เราได้ปริมาณ Leads ที่มากขึ้นในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม
Results

446.74%

Reach เพิ่มขึ้น 446.74% ภายใน 6 เดือน


55.63%

Engagement เพิ่มขึ้น 55.63%


19.32%

Message 270+ และ Cost Per Message ลดลง 19.32%

Our Customers

สิ่งที่ลูกค้าพูดถึงเรา

“ANGA เป็นบริษัทมืออาชีพที่เราคาดหวังผลลัพธ์กับสิ่งที่เราลงทุนไปได้ ในช่วงแรกไม่ได้คิดว่าการทำ Ads จะมีผลกับธุรกิจในหมวดของเราขนาดนี้ แต่การเลือกคัดกรองกลุ่มลูกค้าของ ANGA ให้ได้ตามเป้าประสงค์ที่เราต้องการนั้นเป็นไปอย่างดีเกินคาด ซึ่งคิดว่าอนาคตก็ยังมองว่าอยากร่วมงานกับ ANGA ต่อไปเรื่อยๆ ครับ”
ผลงานการทำ Meta Ads ให้ OSL Studio เพื่อดึง Qualified Leads
คุณโอ๊ค CEO of OSL Studio
แชร์เนื้อหานี้

ตัวอย่างความสำเร็จอื่นๆ

ให้แองก้าเป็นพาร์ทเนอร์ธุรกิจด้านการตลาด

รับการตอบกลับภายใน 2 ชั่วโมง

บริการที่สนใจ*