หลายคนใช้ Generative AI อย่าง ChatGPT ในการหาคำตอบ ดึงข้อมูลเปรียบเทียบ และช่วยตัดสินใจซื้อ ส่งผลให้ OpenAI เปิดตัว Ads Manager ซึ่งได้เริ่มทดสอบระบบในเฟสแรกตั้งแต่ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2026 โดยกลุ่มเป้าหมายที่จะเห็นโฆษณาคือ ผู้ใช้งานในสหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ที่ใช้งานแผน Free และแผน Go เท่านั้น ส่วนผู้ใช้กลุ่ม Plus, Pro รวมถึงแผนสำหรับองค์กรอย่าง Business ทั้งหมด และผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี จะไม่มีการแสดงโฆษณาใดๆ ทั้งสิ้น การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าโลกของ Digital Marketing ก้าวสู่ยุค AI Search อย่างเต็มตัว และเจ้าของธุรกิจควรเริ่มทำความเข้าใจว่า ChatGPT Ads จะเข้ามาเปลี่ยนวิธีเข้าถึงลูกค้าได้ยังไง?

ChatGPT Ads คืออะไร?

ChatGPT Ads คือ ระบบโฆษณารูปแบบใหม่ของ OpenAI ที่เปิดโอกาสให้แบรนด์สามารถแสดงโฆษณาภายในคำตอบของ ChatGPT ในจังหวะที่ผู้ใช้งานกำลังค้นหาข้อมูล เปรียบเทียบสินค้า หรือขอคำแนะนำจาก AI โดยโฆษณาจะปรากฏสอดคล้องกับบริบทของบทสนทนา (Context) และเจตนาการค้นหา (Search Intent) ของผู้ใช้งาน เพื่อให้การนำเสนอโฆษณาดูเป็นธรรมชาติ และต้องเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้ใช้กำลังสนใจมากที่สุด โดยเบื้องหลังการสร้างและจัดการโฆษณาเหล่านี้ นักการตลาดหรือเจ้าของธุรกิจจะต้องดำเนินการผ่านแพลตฟอร์มสำหรับลงโฆษณาโดยเฉพาะที่เรียกว่า OpenAI Ads Manager

OpenAI Ads Manager คืออะไร?

OpenAI Ads Manager คือ แพลตฟอร์มสำหรับสร้าง จัดการ และวัดผลโฆษณาบน ChatGPT ได้ในที่เดียว คล้ายกับ Google Ads และ Meta Ads ทำให้การบริหารแคมเปญเป็นเรื่องสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปัจจุบันยังอยู่ในเวอร์ชัน Beta ซึ่ง OpenAI จะทยอยเพิ่มฟีเจอร์และพัฒนาความสามารถของระบบอย่างต่อเนื่อง

OpenAI Ads Manager คืออะไร

หนึ่งในข้อดีของ OpenAI Ads Manager คือ การออกแบบโครงสร้างบัญชีมีความลักษณะใกล้เคียงกับแพลตฟอร์มโฆษณายอดนิยม จึงช่วยให้นักการตลาดเรียนรู้และเริ่มใช้งานได้ง่ายๆ แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่

  1. Campaign: กำหนดวัตถุประสงค์หลักของการโฆษณา ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกแค่ Reach และ Clicks ส่วน Conversion ยังไม่เปิดให้ใช้งาน และจะมีให้กำหนดงบประมาณที่ใช้โฆษณา  
  2. Ad Group: ตั้งชื่อ Ad group พร้อมกำหนดราคาประมูลต่อคลิกสูงสุด (Maximum CPC bid) และสิ่งสำคัญของ ChatGPT Ads คือ Context hints ที่ให้ใส่คำอธิบายที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการ เพื่อเป็นการบอกให้ AI นำโฆษณาของเราไปจับคู่แสดงผลกับบทสนทนาที่เกี่ยวข้องได้แม่นยำขึ้น
  3. Ad: ปัจจุบันจะให้ใส่เป็นข้อความสั้นๆ (Headline) และคำอธิบาย (Description) ให้ตรงตาม Landing Page ที่เราใส่ไป

แม้โครงสร้างจะคล้ายกับแพลตฟอร์มโฆษณาที่นักการตลาดคุ้นเคย แต่สิ่งที่แตกต่างคือ พื้นที่แสดงผล เพราะโฆษณาจะนำเสนอภายในบทสนทนากับ ChatGPT เลย โดยอ้างอิงจากบริบทของคำถามและเจตนาการค้นหาของผู้ใช้เป็นหลัก ทำให้การเข้าถึงลูกค้ามีความเป็นธรรมชาติและสอดคล้องกับสิ่งที่กำลังค้นหาจริงๆ

โฆษณาบน ChatGPT จะปรากฏตรงไหน?

ตำแหน่งการแสดงผล ChatGPT Ads จะเป็นกล่องข้อความหรือการ์ดสินค้าสปอนเซอร์ (Sponsored) บริเวณท้ายคำตอบของ ChatGPT อย่างชัดเจน และโฆษณาจะไม่แสดงในโหมด Temporary Chat ซึ่งเป็นแชตชั่วคราวที่ไม่บันทึกประวัติการสนทนา รวมถึงจะไม่แสดงใน ChatGPT Atlas Browser เพื่อให้ประสบการณ์ใช้งานในบางกรณียังคงเน้นความเป็นส่วนตัวและไม่ถูกโฆษณารบกวน

ตำแหน่งโฆษณาบน ChatGPT

การคิดค่าโฆษณาของ ChatGPT Ads 

ChatGPT Ads จะใช้ระบบประมูลราคาคล้ายกับแพลตฟอร์มโฆษณาอื่นๆ โดยผู้ลงโฆษณาจะกำหนดราคาเสนอสูงสุด (Bid) ในระดับ Ad Group ตามวัตถุประสงค์ของแคมเปญ 

  • Reach: ระบบจะคิดค่าโฆษณาแบบ CPM (Cost per Mille) หรือจ่ายต่อการแสดงผล 1,000 ครั้ง
  • Clicks: ระบบจะคิดค่าใช้จ่ายแบบ CPC (Cost per Click) หรือจ่ายเมื่อมีผู้คลิกโฆษณาเท่านั้น 

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เสนอราคาสูงที่สุดไม่ได้ชนะเสมอไป เพราะระบบยังพิจารณาความเกี่ยวข้องของโฆษณากับบริบทการสนทนา (Context) และเจตนาของผู้ใช้ (Intent) เพื่อเลือกโฆษณาที่เหมาะสมที่สุด ทำให้ผู้ลงโฆษณาที่มีคอนเทนต์คุณภาพและตรงกับความต้องการของผู้ใช้จริงๆ มีโอกาสแข่งขันได้แม้ไม่ได้เสนอราคาสูงที่สุดก็ตาม

สิ่งสำคัญที่นักการตลาดและผู้ใช้งานต้องรู้เกี่ยวกับ ChatGPT Ads

  • โฆษณาไม่มีผลต่อคำตอบของ AI
    ระบบโฆษณาทำงานแยกจากโมเดล AI อย่างชัดเจน ผู้ลงโฆษณาไม่สามารถจ่ายเงินเพื่อให้ ChatGPT ตอบเชียร์แบรนด์ของตัวเอง หรือเปลี่ยนแปลงคำตอบให้เอื้อประโยชน์ต่อสินค้าและบริการใดบริการหนึ่งได้
  • OpenAI ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ให้แบรนด์
    แบรนด์จะไม่สามารถเข้าถึงประวัติการสนทนา ข้อมูลส่วนบุคคล หรือข้อความที่ผู้ใช้พูดคุยกับ ChatGPT ได้ โดยจะได้รับเฉพาะข้อมูลสรุปของแคมเปญ เช่น Impressions, Clicks และ Spend เพื่อใช้วัดผลการโฆษณาเท่านั้น
  • ผู้ใช้สามารถควบคุมการแสดงโฆษณาได้
    สามารถปิดการปรับแต่งโฆษณา (Ad Personalization) หรือการใช้ข้อมูลบางส่วนของผู้ใช้ เพื่อเลือกแสดงโฆษณาให้ตรงกับความสนใจหรือความเกี่ยวข้อง และยังสามารถดูเหตุผลที่เห็นโฆษณานั้นๆ ส่งความคิดเห็น หรือจัดการข้อมูลที่ใช้สำหรับการแสดงโฆษณาได้ตลอดเวลา
  • ปิดการปรับแต่งโฆษณา แต่ยังเห็นโฆษณาตามบริบทได้
    แม้ผู้ใช้จะปิดการปรับแต่งโฆษณา ระบบยังคงแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อการสนทนาในขณะนั้น แต่จะไม่นำประวัติการสนทนาเดิม ประวัติการคลิกโฆษณา หรือข้อมูลจากหัวข้ออื่นมาใช้ในการเลือกโฆษณา

ผมมองว่า ChatGPT Ads ให้ความสำคัญกับความเกี่ยวข้องของบริบท (Context) มากกว่าการติดตามพฤติกรรมผู้ใช้ในระยะยาว จึงสะท้อนแนวทางการโฆษณาที่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานมากขึ้น เมื่อเทียบกับรูปแบบโฆษณาดิจิทัลในอดีต

ธุรกิจกลุ่มไหนที่ต้องเริ่มวางแผนยิงแอดบน ChatGPT?

คุณสิทธิวิชญ์ เงินแถบ - Senior Account Manager, Performance Media Team ผู้เชี่ยวชาญด้านการรับทำโฆษณาออนไลน์ ของ ANGA (แองก้า) ได้แชร์ว่า “การมาของ ChatGPT Ads เป็นช่องทางลงโฆษณาใหม่ที่จะพลิกโฉมวงการยิงแอดได้เลยครับ เพราะแทนที่จะแข่งกันด้วยคีย์เวิร์ด ระบบจะให้ความสำคัญกับ Context และ Intent ของผู้ใช้งานมากกว่า นั่นหมายความว่าแบรนด์จะมีโอกาสเข้าถึงคนที่กำลังต้องการข้อมูลหรือพร้อมตัดสินใจจริงๆ ซึ่งมีแนวโน้มสร้าง Conversion ได้สูงขึ้นกว่าเดิมด้วยครับ"

หากธุรกิจคุณเข้าข่าย 3 กลุ่มนี้ ควรรีบศึกษาและเตรียมวางแผน เพื่อชิงพื้นที่และสร้างความได้เปรียบบนคำตอบของ AI ได้เลยครับ

1. ธุรกิจที่ต้องการให้แบรนด์ถูก Mention หรือติดอยู่บนคำตอบของ AI

ลองนึกภาพว่ามีเจ้าของธุรกิจถาม ChatGPT ว่า "แนะนำบริษัทรับทำการตลาดออนไลน์สำหรับธุรกิจ eCommerce ที่ช่วยเพิ่มยอดขาย มีผลลัพธ์การทำงานจริง" แล้วชื่อแบรนด์คุณปรากฏอยู่ในคำตอบของ ChatGPT นี่คือโอกาสสร้างการมองเห็นที่มีคุณภาพมาก เพราะแบรนด์คุณจะปรากฏในช่วงเวลาที่ผู้ใช้กำลังค้นหาคำตอบและมีแนวโน้มตัดสินใจใช้บริการสูง

หากธุรกิจต้องการสร้างการรับรู้ เพิ่มโอกาสให้ลูกค้าเลือกแบรนด์เรา นอกจากบริการรับทำ AI Search, บริการ GEO หรือบริการ AEO จะช่วยให้แบรนด์ยึดพื้นที่บน AI Search ก่อนคู่แข่งแล้ว การเริ่มวางแผนใช้ ChatGPT Ads ตั้งแต่วันนี้ อาจกลายเป็นอีกข้อได้เปรียบสำคัญในอนาคต

2. ธุรกิจที่ลูกค้าต้องหาข้อมูลและเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจซื้อ

หากธุรกิจคุณขายสินค้ามูลค่าสูง หรือต้องใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเยอะๆ เช่น ประกันภัย, การท่องเที่ยว หรืออสังหาริมทรัพย์ ChatGPT Ads คือช่องทางที่ควรเริ่มวางแผน เพราะผู้บริโภคยุคนี้ใช้ AI เปรียบเทียบข้อมูลและขอคำแนะนำก่อนตัดสินใจซื้อ เช่น ให้ AI เปรียบเทียบแผนประกันการเดินทาง หรือให้วางแพลนทริปท่องเที่ยวพร้อมแนะนำโรงแรม การที่แบรนด์คุณปรากฏในจังหวะที่ลูกค้ากำลังหาคำตอบ จะช่วยเข้าถึงกลุ่มที่มี Intent สูงกว่า และมีโอกาสเปลี่ยนเป็นลูกค้าได้มากกว่าการยิงโฆษณาแบบเดิม ดังนั้น การที่เราสามารถแทรก Ad Context ที่สอดคล้องกับสิ่งที่เขากำลังปรึกษา AI อยู่ จะช่วยตัดหน้าคู่แข่งและดึงความสนใจของลูกค้าเข้าสู่ Sales Funnel ของเราได้อย่างแม่นยำและถูกเวลาที่สุดครับ

3. แบรนด์ระดับ Mass หรือกลุ่ม B2C ที่เน้นเข้าถึงคนจำนวนมาก

สำหรับแบรนด์ที่ต้องการสร้างการรับรู้หรือ Brand Awareness ในวงกว้าง เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค แฟชั่น หรือสินค้าไลฟ์สไตล์ ChatGPT คืออีกช่องทางที่ไม่ควรมองข้าม ด้วยฐานผู้ใช้งานจำนวนมาก การที่แบรนด์ได้เข้าไปอยู่ในบทสนทนาขณะที่ผู้ใช้กำลังค้นหาข้อมูลหรือขอคำแนะนำ จะช่วยสร้างการจดจำแบรนด์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคนึกถึงแบรนด์คุณเมื่อต้องตัดสินใจซื้อจริงในอนาคต

ChatGPT Ads โอกาสใหม่ที่เจ้าของธุรกิจควรเตรียมพร้อม

แม้วันนี้ ChatGPT Ads จะยังไม่เปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่สำหรับเจ้าของธุรกิจและนักการตลาดออนไลน์ นี่คือช่วงเวลาที่ควรเริ่มศึกษาและเตรียมความพร้อม การเข้าใจการทำงานของ ChatGPT Ads และ OpenAI Ads Manager ตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้ธุรกิจวางแผนและวางกลยุทธ์การยิงแอดรูปแบบใหม่นี้ เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพก่อนคู่แข่ง พร้อมช่วงชิงพื้นที่และพาแบรนด์ไปปรากฏอยู่ท้ายคำตอบในจังหวะที่กลุ่มเป้าหมายกำลังต้องการซื้อจริงๆ ทันทีที่ระบบเปิดตัวในไทย ใครขยับตัวศึกษาก่อน ย่อมได้เปรียบก่อนแน่นอนครับ