fbpx

5 เครื่องมือสำคัญในการทำ SEO ฉบับประเทศไทย

by | Jan 24, 2021 | Search Engine Optimization

สำหรับคนทำเว็บไซต์แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์เชิงธุรกิจ องค์กร หรือเป็นเว็บไซต์ที่ใช้ในการโปรโมตสินค้าก็ตาม สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงในการทำคอนเท้นท์ก็คือ เรื่องของการทำ SEO หรือชื่อเต็มว่า “Search Engine Optimization” โดย เครื่องมือ SEO นั้นมีความสำคัญตรงที่ว่า มันคือสิ่งที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณสามารถที่จะที่ติดหน้าแรกของการค้นหาบนเครื่องมือ Search Engine อย่าง Google นั่นเอง เพราะตามพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคนี้ ไม่ว่าจะหาข้อมูล หรือเลือกซื้อสินค้า ก็มักจะเลือกใช้ Google ในการเสิร์ชหาสิ่งเหล่านั้น และเมื่อคำที่ใช้ในการค้นหาตรงกับสินค้า หรือบริการของเว็บไซต์คุณ แน่นอนว่าโอกาสที่คุณจะได้ลูกค้าเพิ่มเติมก็มีมากขึ้นด้วย

แต่แน่นอนว่า ผู้ที่ทำเว็บไซต์เพื่อขายสินค้า หรือบริการในแบบเดียวกันกับคุณ ย่อมต้องมีเช่นเดียวกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ใครทำ SEO ได้ดีกว่ากัน โอกาสที่จะติดหน้าแรกและถูกค้นเจอก่อนก็มีมากกว่านั่นเอง ซึ่งหากเราจะเริ่มต้นปรับเว็บไซต์ให้ตอบโจทย์ Google แล้วละก็เราจะต้องรู้ก่อนด้วยว่าการทำ SEO และ SEM นั้นแตกต่างกัน เราจึงมีเครื่องมือที่แตกต่างกันในการวิเคราะห์และช่วยทำโดยเฉพาะของแต่ละประเภท

เครื่องมือทำ SEO ที่เหมาะกับผู้ใช้งานทุกระดับ

แล้วการจะทำ SEO ให้ได้ผลนั่นจะต้องใช้เครื่องมือใดบ้าง?


ก่อนที่จะทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณนั้น ก็ต้องทราบก่อนว่า เครื่องมือ SEO ที่จะช่วยให้เราค้นหาคีย์เวิร์ด หรือประเมินได้ง่ายขึ้นมีอะไรบ้าง ซึ่งเครื่องมือที่มีให้นักการตลาดออนไลน์อย่างเราใช้นั้นมีมากมายจนแทบจะเลือกไม่ถูก มีข้อดี และข้อด้อยที่แตกต่างกัน รวมไปถึงเรื่องของราคาที่มักจะคิดเริ่มต้นเป็นค่าบริการรายเดือนหลักร้อยไปจนถึงหลักพัน จากประสบการณ์ของทางเราแล้วนั้น หากจะเริ่มต้นเรียนรู้และทำ SEO เราก็นำมาแนะนำกันทั้งหมด 5 อย่างด้วยกัน โดยมีตั้งแต่ตัวที่เหมาะกับผู้เริ่มต้นไปจนถึงตัวที่เหมาะกับเอเจนซี่รับทำ SEO ระดับมืออาชีพ

เครื่องมือ Yoasts SEO


เครื่องมือ SEO ตัวแรกที่อยากแนะนำมากที่สุดก็คือ Plug-in ตัวหนึ่งของ WordPress ที่ชื่อ Yoast SEO ต้องขอบอกก่อนว่าตัวนี้มีเฉพาะผู้ที่สร้างเว็บไซต์ขึ้นมาด้วย WordPress เท่านั้น ซึ่งคุณสมบัติหลักของเครื่อมือตัวนี้ก็คือ ช่วยให้เราสามารถทราบได้ทันทีว่า คีย์เวิร์ดที่เราใช้ในบทความมีจำนวนที่มากไป หรือน้อยไปหรือไม่ รวมทั้งยังช่วยแนะนำด้วยว่า จำนวนคำที่เราเขียนลงไป มีความยาวเพียงพอต่อการทำ SEO หรือยัง เหมือนเป็นปราการด่านแรกของการทำ SEO นั่นก็คือหลักการเขียนคอนเทนท์นั่นเอง

ที่สำคัญที่สุดก็คือปลั๊กอินตัวนี้จะบอกได้แบบเรียลไทม์เลยว่า บทความที่เขียนไปนั้นตรงตามหลักการทำ SEO แล้วหรือยัง ซึ่งคุณสามารถปรับแก้ได้ตามคำแนะนำ และถ้าเครื่องมือตัวนี้ปรากฏเป็นสัญลักษณ์สีเขียวแล้ว นั่นหมายความว่า บทความที่คุณนำเสนอลงไป ถูกต้องตามหลักของ SEO ที่ Google ยอมรับนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์เชิงลึกที่เอาไว้ปรับแต่งด้านเทคนิคของเว็บไซต์ที่มีผลต่อ Search Engine เช่นการตั้งค่าว่าจะให้ Google อ่านหน้าไหนบ้าง หรือเห็นหน้าไหนบ้าง จุดนี้ค่อนข้างสำคัญและอาจเป็นเรื่องที่ยากสำหรับผู้ที่ไม่ถนัดด้านโค้ดดิ้งเนื่องจากว่าการปรับแต่งพวกนี้ส่วนใหญ่แล้วจะต้องรู้พื้นฐานของด้านโปรแกรมมิ่ง แต่ด้วย Yoast SEO นั้นออกแบบมาให้เหมาะกับผู้ใช้งานทุกระดับ เราจึงสามารถปรับการตั้งค่าเหล่านั้นได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก นับเป็น Plug-in ที่สำคัญมากๆ สำหรับทุกเว็บไซต์ที่สร้างด้วย WordPress เลย

เครื่องมือ Ahrefs


สำหรับเครื่องมือนี้ จะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์เกี่ยวกับการทำ SEO ทั้งฝั่ง Onsite และ Offsite Backlink อย่างครอบคลุมและใช้งานง่าย อีกทั้งฟีเจอร์สำคัญมากๆ คือการวิเคราะห์เว็บไซต์คู่แข่งเพื่อดูว่าเว็บของเรานั้นมีโอกาสในการติดอันดับคำว่าอะไรบ้าง และคำว่าอะไรบ้างที่เว็บไซต์คู่แข่งของเราได้ยอดผู้เข้าเว็บไป จากคำว่าอะไรบ้าง นอกจากนี้ก็ยังมีฟีเจอร์เด็ดในการวิเคราะห์ Backlink ของเราและคู่แข่งอีกด้วย ฟีเจอร์นี้สามารถเช็คได้แม้กระทั่งว่าเว็บไซต์คู่แข่งนั้นทำ Link Building ด้วยคีย์เวิร์ดคำว่าอะไรบ้างและใช้เว็บไซต์อะไรบ้างในการทำ Backlink กลับมา

ซึ่งหลังจากที่เช็คแล้ว เครื่องมือ Ahrefs ก็ยังรายงานผลสรุปให้อีกด้วยว่า Domain Rating หรือค่า DR ของคุณเป็นอย่างไร จำนวน Backlink ที่มีทั้งหมด หรือแม้แต่หน้าเว็บของคุณ ที่มีการใส่ลิงก์กลับมามากที่สุด เป็นต้น ค่า Domain Rating ของ Ahrefs คือหน่วยที่ใช้ประเมินว่าเว็บไซต์ของเรานั้นมีคุณภาพด้าน SEO มากน้อยแค่ไหน โดยมีคะแนนเต็ม 100

นอกจากนี้สิ่งสำคัญเลยคือเครื่องมือนี้ก็ยังช่วยในการวิเคราะห์คีย์เวิร์ดให้กับคุณได้อีกด้วย ว่ามีคีย์เวิร์ดไหนที่ใกล้เคียงกับคำคีย์เวิร์ดที่ระบุลงไปบ้าง คล้ายๆ กับการใช้ Keyword Planner ของ Google เพียงแต่ว่าเป็นการเจาะจงการหาคีย์เวิร์ดเพื่อการทำ SEO โดยเฉพาะ

เครื่องมือ SEMRush


สุดยอดเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ด้านการตลาดสำหรับเว็บไซต์ของคุณ สำหรับเจ้าเครื่องมือตัวนี้ต้องบอกเลยว่า ใครที่อยากได้ข้อมูลเชิงลึกในการวิเคราะห์เกี่ยวกับเว็บไซต์ของคุณ ต้องมีติดเครื่องเอาไว้เลย ซึ่งการใช้งานโดยรวมของเครื่องมือตัวนี้ก็คือ ช่วยในการเวิเคราะห์ข้อมูลของเว็บไซต์ในแบบเชิงลึกทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นจำนวนครั้งที่เกิดการ Error ขึ้นในเว็บไซต์ จำนวน Backlink ทั้งหมด คีย์เวิร์ดที่ใกล้เคียง หรือแมตช์กับคีย์เวิร์ดบนเว็บไซต์ของคุณ

และที่สำคัญก็คือเรายังใช้ในการค้นหาเพื่อดูว่า คู่แข่งของคุณคือใครบ้าง และระดับของการแข่งขันเป็นอย่างไร ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะช่วยให้คุณวิเคราะห์ทิศทางในการทำคอนเท้นท์ต่อๆ ไปได้ง่ายขึ้นว่า ควรเริ่มจากการใช้คีย์เวิร์ดแบบไหน และสร้างทราฟฟิคที่ดีขึ้นให้กับเว็บไซต์ได้อย่างไร

เครื่องมือ Accuranker


อีกหนึ่งเครื่องมือที่ค่อนข้างเหมาะกับผู้ที่สนใจในการทำ SEO ระดับมืออาชีพมากขึ้น เพราะเครื่องมือนี้จะช่วยในการ วิเคราะห์คีย์เวิร์ดได้อย่างรวดเร็ว และค่อนข้างละเอียด ซึ่งแม้ว่าจะเป็นเครื่องมือที่ต้องเสียเงินในการใช้งานก็ตาม แต่ก็ต้องบอกเลยว่าคุ้มค่ามากๆ โดยสิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดของ เครื่องมือ Accuranker ก็คือการค้นหา คีย์เวิร์ด ที่ช่วยจัดอันดับให้เห็นชัดเจนว่าคำค้นหาของเว็บไหนอยู่ในอันดับที่ดีกว่ากัน เพื่อที่คุณจะสามารถนำมาปรับปรุง SEO ให้กับเว็บไซต์ของตัวเองได้

เครื่องมือ Ubersuggest


ปิดท้ายด้วยเครื่องมือที่ผลิตโดยผู้เชี่ยวชาญในวงการ Digital Marketing อย่าง Neil Patel โดยเครื่องมือตัวนี้สามารถใช้งานได้ทั้งแบบฟรี และเสียเงิน ซึ่งข้อดีอย่างแรกของ เครื่องมือ Ubersuggest ก็คือช่วยในการใช้วิเคราะห์คีย์เวิร์ด เพราะมันจะบอกได้ทันทีเลยว่า คีย์เวิร์ดที่คุณกำลังต้องการนำมาใช้บนเว็บไซต์ของคุณนั้นมีจำนวนบ่อยครั้งแค่ไหนในการค้นหาแต่ละเดือน รวมทั้งยังบอกได้ด้วยว่า ระดับความยากในการใช้คีย์เวิร์ดนั้นมีมากน้อยแค่ไหน

แต่ส่วนที่อยากแนะนำให้ลองใช้ก็คือในส่วนของ Keyword Ideas ซึ่งจะเป็นส่วนที่ช่วยแนะนำให้กับคุณได้ว่า คีย์เวิร์ดที่คุณควรนำไปใช้คือคีย์เวิร์ดแบบไหน ซึ่งจะเป็นคำที่มีคู่แข่งไม่มาก และมีโอกาสที่จะทำให้เว็บไซต์มี SEO ที่ดีขึ้นได้ นอกจากนี้ก็ยังมีการแนะนำไอเดียในการสร้างคอนเท้นท์ให้อีกด้วย ทั้งหมดนี้ก็คือเครื่องมือที่ใช้สำหรับการทำ SEO ที่เรานำมาแนะนำกัน ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ หรือมือเก่าในวงการ ก็สามารถที่จะลองนำไปใช้เพื่อสร้างอันดับที่ให้กับเว็บไซต์ได้เช่นเดียวกัน

อยากเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ

แองก้าเราให้บริการด้าน Digital Marketing หรือการตลาดออนไลน์สำหรับธุรกิจทุกประเภท โดดเด่นด้วยงานด้าน SEO และ Paid Advertising ที่เน้นผลลัพธ์ด้านยอดขาย

หัวข้อต่อไปที่เราอยากให้คุณอ่าน!

SEO แตกต่างกับ SEM อย่างไร? เลือกอย่างไรสำหรับธุรกิจที่แตกต่าง

SEO แตกต่างกับ SEM อย่างไร? เลือกอย่างไรสำหรับธุรกิจที่แตกต่าง

เข้าสู่ปี 2021 แบบเต็มตัว ธุรกิจออนไลน์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้เว็บไซต์กลายเป็นช่องทางหลักในการขายสินค้า ส่งผลให้หลายๆ...

ร่วมงานกับเรา!

แองก้าเราเป็นทีมที่พร้อมจะร่วมงานกับธุรกิจและองค์กรทุกประเภท เรามีความเข้าใจในเนื้องานของธุรกิจ การสร้างยอดขาย การวิเคราะห์คู่แข่งด้วยเครื่องมือออนไลน์ที่ดีที่สุดในโลก ทั้งนี้การร่วมงานของเราจะเริ่มต้นได้เพียงแค่คุณติดต่อเรา